[Fic] Dark Melody - Chapter 4.3

posted on 26 Aug 2012 15:39 by mondaymaybe in Dark-Melody
Title: Dark Melody - Chapter 4.3
Paring: Jay Kim x Kim Heechul
Rating: PG-13
Genre: Yaoi, A/U, Horror
Warning: นิยาย เรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการส่วนบุคคล และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์ระหว่างชายและชาย ตัวละคร รวมทั้งสถานที่ต่างๆ ที่อยู่ในเรื่อง เป็นเพียงการสมมุติขึ้นเพื่อเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่อง โดยไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหายทั้งสิ้น หากนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านไม่พึงประสงค์ ไม่ชอบ หรือรังเกียจ กรุณาปิดหน้านี้ลงเสียด้วยความสงบ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ ^^

..................



ตอน: นัดบอด
ตอนที่ 3



...กริ๊งงง~


‘ออกไป...’


กรุ๊งกริ๊งงง...~~


‘ออกไปซะ...!’


กริ๊งงง...~ กริ๊งงง...~


‘ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!’


“ฮึก!”
ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นพร้อมเหงื่อที่เปียกชุ่มไปทั่วกาย เขาลืมตาโพลงและรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังหอบหายใจหนักจนแผ่นอกสั่นสะท้าน แต่เจย์ยังคงนอนลืมตานิ่งๆ อยู่อย่างนั้นกระทั่งแสงสว่างที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างทำให้เขารู้สึกแสบตา ...เช้าป่านนี้แล้ว

เจย์ไม่รีบร้อนตอนที่ลุกขึ้นนั่ง เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง ...ฝันร้ายติดๆ กันสองครั้งในคืนเดียว เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่ฟังไม่ค่อยถนัด แต่ดูเหมือนจะไม่หวังดีซักเท่าไหร่ หันมองที่ฝูกข้างกัน คนที่นอนอยู่เมื่อคืนก็ไม่อยู่แล้ว

เจย์ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอก ทั้งจองชินกับมินฮวานยังนอนกันอยู่ที่ระเบียง ในขณะที่จองโมตื่นแล้ว และเหมือนกำลังทำอะไรซักอย่างอยู่ในครัว ...เขายังหาฮีชอลไม่เจอ

ชายหนุ่มลงบันไดแล้วเดินออกไปหน้าบ้าน ...เลยไปถึงข้างบ้านด้วย ก็ยังไม่เห็นวี่แววของร่างโปร่งบางที่เขามองหา
“เห็นฮีชอลบ้างมั้ย?” เขาจึงถามเอากับจองโมตอนที่กลับขึ้นมาบนบ้าน เด็กหนุ่มย่นคิ้วแล้วส่ายหน้าขณะที่ยกกาน้ำร้อนขึ้นมาจากเตา
“ไม่นี่ครับ ออกไปเดินเล่นข้างนอกรึเปล่า”
“ฉันออกไปดูแล้วไม่เจอ” เจย์เริ่มเป็นกังวล เขาเดินกลับไปที่ห้องหวังจะหยิบโทรศัพท์ที่ปิดเครื่องแล้วเก็บไว้ในกระเป๋าตั้งแต่เมื่อวาน ตอนที่รู้ว่าบ้านนี้ไม่มีไฟฟ้า ปกติแล้วฮีชอลจะไม่พกมือถือ แต่เขาแค่อยากลองโทรดู

แต่พอเลื่อนประตูไม้ออก ชายหนุ่มก็ต้องชะงัก
“....!”
ร่างโปร่งบางนั่งยีหัวอยู่บนฟูกตัวเองในสภาพเพิ่งตื่นนอน
“นาย... กลับเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“กลับอะไรล่ะ ฉันไม่ได้ออกไปไหนซักหน่อย”
“แต่เมื่อกี้ฉันไม่เห็น...” เจย์ชะงักก่อนที่จะพูดจบ มองนักร้องหนุ่มที่หน้าตามุ่ยตุ้ย ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง สาปเสื้อเชิ๊ตตัวยาวที่สวมอยู่แยกกว้างจนเผยให้เห็นไหล่ข้างหนึ่ง สภาพแบบนี้ฮีชอลไม่ยอมเดินออกไปนอกห้องแน่ๆ “...นายเพิ่งตื่นเหรอ?”
“ก็ใช่น่ะสิ แล้วนายหายไปไหนมา”
ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องแล้วนั่งลงบนฟูกอย่างช้าๆ เขามองหน้าฮีชอลแล้วพยายามซ่อนสีหน้าครุ่นคิดระคนสงสัยของตัวเองไว้
“...เดินเล่น”
“เดินเล่น? ทั้งที่ฉันยังนอนอยู่ในห้องเนี่ยนะ?” ฮีชอลทำเสียงขึ้นจมูกให้รู้ว่าไม่พอใจ แต่เขาไม่พูดอะไรต่อ ลุกขึ้นแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเดินปึงปังออกไปนอกห้อง

เจย์ยังมองจ้องฟูกที่นอนว่างเปล่า เขาเอื้อมมือไปจับก็พบว่ามันยังอุ่นอยู่ แสดงว่าฮีชอลยังอยู่ที่นี่ตลอด ท่าทางไม่พอใจแบบนั้นเพราะฮีชอลไม่ชอบอยู่คนเดียวเวลาไปต่างที่ แล้วจะออกไปเดินข้างนอกคนเดียวได้ยังไง

แต่ทำไมตอนที่ตื่นขึ้นมา ...เขาถึงไม่เห็นฮีชอลล่ะ?!


.

.

.


“ตื่นได้แล้วมินฮวาน”
“อื้อ...”
“อื้อแล้วก็ลุกสิ สายป่านนี้แล้ว นายจะนอนไปถึงไหน” จองชินแกล้งผลักร่างที่เล็กกว่าจนกลิ้งไปสองตลบ แต่แทนที่คนถูกปลุกจะลุกขึ้นตาสว่าง เจ้าตัวเล็กยังงัวเงียแล้วก็ทำมึนจะนอนต่อทั้งที่ตกฟูกไปแล้ว
“อือ... อีกเดี๋ยวไม่ได้เหรอ...”
“ไม่ได้! นี่มันบ้านพี่จองโมนะ มีมารยาทซะบ้างสิ” เจ้าตัวเล็กไม่หือไม่อือ แถมยังแกล้งนอนนิ่งจนคนปลุกนึกหมั่นไส้
จองโมทำเสียงจิ๊จ๊ะด้วยความหงุดหงิด แล้วจู่ๆ ก็จุดยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูคนขี้เซา “ถ้ายังไม่ลุก พี่จะจับนายแก้ผ้าละนะ”
“เย้ยย!!” ได้ผล เจ้าตัวเล็กลุกพรวดขึ้นทันที “ย.. อย่าทำบ้าๆ นะ!”
จองชินยิ่งฉีกยิ้มร้าย แล้วค่อยๆ คืบเข้ามาใกล้ เพียงแค่นั้นมินฮวานก็ลนลานลุกขึ้น รีบคว้าผ้าเช็ดตัวที่ผึ่งไว้บนราวระเบียงแล้ววิ่งหายไปทางหลังบ้าน
“ไอ้พี่จองชินบ้า!”


จองชินหัวเราะจนสะใจแล้วถึงได้จัดแจงพับฟูกที่นอนกับผ้านวมทั้งของตัวเองแล้วก็ของน้อง แล้วผลักไปกองไว้ข้างๆ ตรงที่มีฟูกของพี่จองโมกองอยู่ก่อน กำลังจะหันไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่ตากไว้ก็เห็นชายหนุ่มอีกสองคนเดินออกมาจากตัวบ้าน
“อรุณสวัสดิ์ครับพี่เจย์ ฮีนิม” คนแรกยิ้มรับ ส่วนอีกคนเพียงมองเมินๆ แล้วก็เดินเลยลงบันไดบ้านไปซะอย่างนั้น คนทักก็เลยได้แต่ยิ้มแหย แต่ก็ช่างเถอะ เขาชินกับพฤติกรรมไม่สนโลกของนักร้องหนุ่มไปแล้ว เทียบกับเมื่อก่อนที่แทบจะไม่ชายตามองเขาด้วยซ้ำ นี่ยังนับว่าดีกว่ามาก


“กาแฟครับทุกคน!” จองโมบอกกับทุกคนขณะที่วางกาน้ำร้อนกับถ้วยอีกสี่ห้าใบที่ยกออกมาไว้ที่กลางระเบียงบ้าน แหงล่ะว่าในบ้านน้อยหลังนี้ไม่มีกาแฟ เพราะแม่ไม่ชอบกิน เขาเองก็ไม่ค่อยได้กลับ เด็กหนุ่มถึงได้พกซองกาแฟสำเร็จรูปติดมาจากโซลด้วย เขาหยิบมันออกมาจากกระเป๋าแล้วจัดการฉีกซองเทใส่ถ้วยทีละใบ
“มีโกโก้มั้ยพี่?” เจ้าตัวเล็กที่ล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยแล้วรีบเข้ามานั่งข้างเจ้าของบ้าน หยิบซองกาแฟขึ้นมาแล้วพลิกดูจนครบ พอไม่เจอที่ต้องการก็เบ้หน้า “ว้า...~”
“พี่ไม่รู้นี่ นายไม่กินกาแฟเหรอ?”
“ผมยังเด็กอยู่เลยนะ กินกาแฟเยอะๆ สมองเสื่อมกันพอดี”
“เด็กเหรอ? นายเนี่ยนะเด็ก? ไม่ม้างงง เมื่อคืนที่ฉันเห็นน่ะ... อุ๊บ!”
มือเล็กตะปบปากคนปากไวไว้ได้ทัน มินฮวานยังก้มหน้านิ่งตอนที่พูดเสียงเย็นใส่ร่างสูงโย่ง
“พี่จองชิน ถ้ายังขืนพูดต่อล่ะก็นะ...”
เด็กหนุ่มคนพี่พยักหน้าหงึกๆ ยกสองมือขึ้นเป็นเชิงว่ายอมแพ้ ก็เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดเรื่องเมื่อคืนต่อหน้าคนอื่นอยู่แล้ว แค่คิดจะแหย่เล่น แต่ดูท่าเจ้าตัวเล็กจะเริ่มโกรธจริงๆ ซะแล้ว

“งั้นกินนมแทนละกัน แม่มีนมวัวอยู่ในตู้เย็น เดี๋ยวพี่ไปอุ่นให้ กินรองท้องไปก่อน เดี๋ยวตอนไปน้ำตกค่อยจัดหนัก”
“น้ำตกเหรอฮะ?” เจ้าตัวเล็กที่ยังหน้าบึ้งหน้างออยู่กับพี่ชายคนกลางเมื่อครู่ ถึงกับเบิ่งตาตี่ๆ จนโตเมื่อได้ยินเรื่องเที่ยว
“ใช่สิ ฉันว่าจะพาพวกเราไปตั้งแคมป์ที่น้ำตก แถวนี้มีที่เที่ยวสวยๆ เยอะแยะ อุตส่าห์มาถึงนี่ทั้งที จะให้นั่งแกร่วกันอยู่แต่ในบ้านได้ยังไง”
“เจ๋งไปเลย!”
“แล้วพี่ไม่ต้องไปร่วมงานศพเหรอ?” จองชินถามขึ้น เขายังไม่ลืมวัตถุประสงค์หลักที่พี่จองโมต้องกลับบ้านในครั้งนี้
“ไปสิ ฉันไปส่งพวกนายที่น้ำตกแล้วจะกลับมาที่บ้านตอนเย็นๆ แล้วค่อยออกไปพร้อมแม่”

ระหว่างนั้นกาแฟก็พร้อมเสริฟ จองโมเลื่อนถ้วยแรกไปตรงหน้าผู้จัดการหนุ่มด้วยท่าทางสุภาพ
“นี่ของพี่ครับ”
ชายหนุ่มเพียงพยักหน้าแล้วหลุบตาลงมองถ้วยกาแฟเพียงแว่บเดียว ก่อนจะหันกลับไปให้ความสนใจกับร่างโปร่งบางที่เดินเล่นอยู่ตรงลานหน้าบ้าน
เจ้าของบ้านมองตามแล้วก็ยิ้มออกมา
“แถวนี้เป็นไร่ข้าวโพดของแม่ผมครับ หลังบ้านก็เป็นพืชผักสวนครัว ถ้าเดินหลงเข้าไปในไร่หรือเลยออกไปทางด้านหลังก็ยังมีบ้านของเพื่อนบ้านอยู่ ฮีนิมไม่หายไปไหนหรอกครับ พี่ไม่ต้องเป็นห่วง”
“อ้อ...” เจย์พยักหน้าแล้วลอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมาสนใจถ้วยกาแฟตรงหน้า
“ท่าทางพี่ดูเพลียๆ นะครับ มีอะไรรึเปล่า?”
“อ่า... เมื่อคืนฉัน... นอนไม่ค่อยหลับน่ะ” 
“ผมก็เหมือนกัน!” เจ้าตัวเล็กรีบโพล่งขึ้นมาอย่างเห็นด้วย ก่อนจะเอาศอกกระทุ้งรุ่นพี่ร่วมวงเบาๆ “เสียงกระดิ่งพี่อ่ะ ดังทั้งคืนเลย”
จองโมที่กำลังจะยกถ้วยกาแฟขึ้นซดก็เลยต้องชะงัก
“กระดิ่งอะไร?”
“ก็กระดิ่งที่ห้อยกระเป๋ากีตาร์พี่ไง เออแล้วเมื่อคืนแม่พี่กลับมาตอนไหนอ่ะ?”
“ห๊ะ? ไม่นี่ แม่บอกแล้วว่าจะค้างบ้านนั้น”
“เฮ้ย ก็เมื่อคืนผมได้ยินเสียงคนเดินไปเดินมาอยู่บนบ้าน พอหันไปมองก็เห็นผู้หญิง... เดี๋ยวก่อน บ้านพี่มีผู้หญิงกี่คนอ่ะ?”
จองโมไม่ได้ตอบ เขาแค่ทำหน้าแปลกๆ แล้วหันไปมองจองชิน เหมือนจะถามว่ามินฮวานกำลังพูดเล่นหรือจริงกันแน่
สถานการณ์แบบนี้ทำให้เจ้าตัวเล็กขนลุกเกรียว
“ค.. คนเดียว?”
เด็กขี้กลัวแทบจะร้องไห้เมื่อพี่คนโตพยักหน้าช้าๆ เขากระโดดแผล็วขึ้นไปนั่งบนตักพี่จองชินทันที
“แง๊!! แล้วที่ผมเห็นนั่นใครอ่ะ?”


โครม!!


“แว๊กกก!”
มินฮวานยิ่งโวยวายเมื่อจู่ๆ ก็เกิดเสียงดังจนพื้นสะเทือนจากในตัวบ้าน ทุกคนต่างหันไปมองด้วยความตกใจ ในขณะที่เจ้าของบ้านรีบลุกพรวดแล้ววิ่งเข้าไปดูทันที



“น.. นี่มัน... อะไรกัน...?!”

จองโมหยุดอยู่ที่หน้าห้องตัวเองที่ตอนนี้ยกให้เป็นห้องพักของนักร้องหนุ่มกับผู้จัดการ แล้วยืนอึ้งด้วยความตกใจอยู่อย่างนั้นเพียงไม่กี่วินาที รุ่นน้องอีกสองคนก็ตามมาสมทบและมีอาการตกใจไม่แพ้กัน ก่อนที่เจย์ที่ตามมาทีหลังจะเบียดตัวเองผ่านเด็กหนุ่มทั้งสามขึ้นมายืนอยู่หน้าสุด
“พายุเข้ารึไง?”
“ทั้งที่ข้างนอกเงียบสนิทเนี่ยนะฮะ?”
“ชี่!” จองชินต้องหันมาทำเสียงปรามเพราะเจ้าตัวดีดันทำตาใสย้อนคำผู้จัดการหนุ่ม “พี่เจย์เขาประชด ...เปรียบเปรยน่ะ เข้าใจมั้ย?”

ถึงจะแค่ประชด แต่สภาพที่ทุกคนเห็นก็ไม่น่าจะมีคำพูดใดอธิบายสถานการณ์ได้ดีไปกว่า เพราะข้าวของที่เคยถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบตั้งแต่ก่อนที่เจย์จะเข้ามาพัก ตอนนี้มันกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ทั้งฟูกที่นอนและผ้านวมที่เจย์มั่นใจว่าเมื่อเช้าเขาเก็บจนเรียบร้อย ...ถูกรื้อเละเทะไม่มีชิ้นดี ประตูตู้ไม้ถูกเปิดออกและกระเป๋าเสื้อผ้าทั้งของเขาและฮีชอลต่างกระเด็นไปคนละมุมห้องเหมือนถูกใครจับโยน

“หรือจะมีขโมยขึ้นบ้านครับ พี่จองโม?”
“ไม่ใช่แน่ ที่นี่ไม่เคยมีขโมย”
“ถ้าไม่ใช่ขโมย... พวกเราก็อยู่กันแต่ข้างนอก... หรือว่าจะเป็น... ผ.. ผ.. ผีหรอพี่จองโม!”
“เฮ่ย! ปากเสียน่ามินฮวาน กลางวันแสกๆ แบบนี้มีผีที่ไหนกัน!”
แต่จองโมเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ แต่จะทำให้แขกที่มาแตกตื่นไม่ได้
“คือ... อาจจะมีแผ่นดินไหว แล้วเอ่อ... เอาเป็นว่า เดี๋ยวผมเก็บห้องให้นะครับพี่เจย์”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
ถึงจะบอกแบบนั้นแต่ทั้งจองโมกับจองชินก็ไม่ได้ยืนเฉยๆ พอชายหนุ่มเข้าไปเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าใส่เข้าตู