[Fic] Hey! my boy (Level GEE!!) 24

posted on 05 Aug 2012 00:51 by mondaymaybe in Hey-my-boy-Level-GEE
Title: Hey! my boy (Level GEE!!) – part 24
Author: Mondaymay
Staring: Kibum x Donghae, Kyuhyun x Sungmin, Siwon
Rating: PG-13
Genre: Yaoi, A/U, Lovely

Warning: นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการส่วนบุคคล และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์ระหว่างชายและชาย โดยการขอใช้ชื่อบุคคลและลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลที่มีอยู่จริง เพื่อเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่องเท่านั้น โดยไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหายทั้งสิ้น หากนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านไม่พึงประสงค์ ไม่ชอบ หรือรังเกียจ กรุณาปิดหน้านี้ลงเสียด้วยความสงบ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ ^^


.............................



ตอนที่ 24: คนร้าย



เช้าวันนี้ ตอนที่คิบอมนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะในซุ้มหน้าคณะ รุ่นพี่คนนึงก็เดินมาตบไหล่เขาอย่างแรง แล้วทักทายเหมือนคุ้นเคย
“ว่าไงกัปตัน! ไม่เจอกันนานเลยนะ”
เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของร่างที่สูงใหญ่พอๆ กัน แต่ผิวขาวดูเป็นลูกผู้ดี คนคนนั้นยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตรจนดวงตาที่เล็กอยู่แล้วยิ่งยิบหยี แต่คิบอมมองกลับเขาด้วยความงุนงง ก่อนจะค่อยๆ ผงกศีรษะ
“ค.. ครับ รุ่นพี่”
“เฮ้ย! ทำไมพูดจาห่างเหินอย่างนั้นล่ะ?” รุ่นพี่คนนั้นเหวี่ยงกระเป๋าลงบนโต๊ะแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเขา “แล้วดูทำหน้าเข้า อย่างกับไม่เคยเห็นฉันมาก่อนอย่างนั้นอ่ะ”
ก็ไม่เชิง คิบอมคิดว่าเขาเคยเห็น รุ่นพี่ในคณะทุกคนเขาย่อมต้องเคยเห็น อย่างน้อยก็ตอนงานรับน้อง แต่เขามั่นใจว่าไม่ได้สนิทกับรุ่นพี่คนไหนถึงขนาดจะตบบ่าพูดคุยกันได้ขนาดนี้
“คือผม...”
“เฮ้! รอนานมั้ย?”
คยูฮยอนกำลังเดินมาทางนี้ พอเห็นเขาอยู่กับใครอีกคน หมอนั่นก็ยิ่งรีบจ้ำ
“เฮ้...” คยูฮยอนแตะไหล่เขาเบาๆ ก่อนจะหันไปผงกหัวให้ร่างสูงที่นั่งตรงข้ามกัน “หวัดดีครับ พี่เยซอง”




“ว่าไงนะ?! ความจำเสื่อมงั้นเหรอ?”
คยูฮยอนยิ้มแหยแทนคำตอบ กรอกตามองซ้ายทีขวาทีเพราะกลัวว่าใครจะได้ยินเข้า ก็รู้หรอกนะว่าพี่เยซองเป็นคนโผงผางเสียงดัง แต่เรื่องแบบนี้น่ะ...
“คือ... โค้ชกับพวกอาจารย์บอกให้ปิดข่าวน่ะครับ คงไม่ดีถ้ามีข่าวทำร้ายร่างกายกันในมหา’ลัย”
“โอเคโทษที ฉันลืมตัวไปหน่อย ก็มันน่าตกใจจริงๆ นี่นา ไหนบอกมาซิ ใครที่มันกล้าทำกับรุ่นน้องฉันถึงขนาดนี้!”
“ยังไม่รู้หรอกครับ หลักฐานน้อยมาก”
“แล้วกล้องวงจรปิดล่ะ ทั้งมหา’ลัยมีกล้องไม่รู้กี่ตัว จับภาพไม่ได้เลยเรอะ?”
“เรื่องนั้น...” คยูฮยอนอึกอัก เท่าที่กล้องจับภาพได้ก็มีแค่ตอนที่ซีวอนเดินผ่านประตูมหา’ลัยออกไป แต่เขาเป็นถึงลูกชายนักธุรกิจใหญ่ บริจาคเงินให้มหา’ลัยปีละหลายๆ แสน ผู้อำนวยการถึงได้ออกโรงปกป้อง แก้ต่างกับตำรวจเพื่อไม่ให้มีการเรียกตัวไปสอบสวน เรื่องนี้แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่น่าจะรู้ ที่สำคัญคือพวกอาจารย์ก็ไม่ได้ปักใจเชื่อนักว่าซีวอนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง บรรดานักศึกษาป๊อบๆ ในมหา’ลัยจะมีเรื่องเขม่นกันจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายก็ไม่ใช่เรื่องแปลก นั่นก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ต้องปิดข่าวกันเงียบแบบนี้

“อย่าให้ฉันรู้เชียวนะว่ามันเป็นใคร! จะพาพวกไปอัดให้เละ!”
คนถนัดใช้กำลังบอกพลางทุบกำปั้นลงกับโต๊ะเสียงดังปังใหญ่ จนรุ่นน้องโต๊ะข้างๆ หันมามองแล้วก็พากันลุกหนีไปเกือบหมด 
คยูฮยอนเองก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน อันที่จริงเขาก็ไม่ได้สนิทกับพี่เยซองคนนี้ซักเท่าไหร่ ตั้งแต่ตอนรับน้องแล้วก็เจอกันแค่ในซุ้มคณะเท่านั้น เมื่อก่อนแทบจะไม่ได้คุยกันด้วยซ้ำ แต่พักหลังๆ มานี่เห็นเข้ามาทักทายคิบอมอย่างสนิทสนมคุ้นเคย แถมบางทียังแอบมีเรื่องกระซิบกระซาบไม่ให้เขาได้ยินอีก จนอดนึกสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่าสองคนนี้มีความลับอะไรกันนักหนา


“เออแล้วนี่ นายก็จำหนุ่มน้อยขนมหวานคนนั้นไม่ได้น่ะสิ?” ท่าทางของพี่เยซองเหมือนจะกระซิบ แต่เสียงพี่แกมันดังกว่านั้น คนที่ไม่ได้ตั้งใจฟัง (แต่อยากรู้) อย่างคยูฮยอนเลยอดจะถามแทรกไม่ได้
“หนุ่มน้อย... อะไรนะรุ่นพี่?”
“ก็หนุ่มร้านขนมหวานคนนั้น... ชี่! นายไม่รู้จักหรอก ใช่มั้ยคิบอม? นายจำพนักงานร้านเบเกอรี่ที่ตัวเล็กๆ ขาวๆ หน้าหวานๆ แต่ไม่เคยยิ้มคนนั้นไม่ได้ใช่มั้ย?”
“.....”
ฟังดูเหมือนคนที่รู้จัก คยูฮยอนเห็นคิบอมหันมามองหน้าก็รู้ว่ากำลังนึกถึงคนๆ เดียวกัน
“เดี๋ยวนะรุ่นพี่ คือหมอนั่น...”
“นายอย่าเพิ่งแทรกสิ! นึกดูให้ดีสิคิบอม เด็กคนนั้นน่าจะมีความหมายกับนายมากไม่ใช่รึไง?”
“.....”
“อ่า.. คือรุ่นพี่ครับ...”
“เอ๊ะนายนี่! ฉันบอกว่าอย่าเพิ่ง...!”
“...ลีทงเฮ?”
“อ่าใช่ๆๆ นายจำได้แล้วใช่มั้ย! เด็กนั่นที่นายไปนั่งเฝ้าทุกวันไง”
คิบอมพยักหน้าช้าๆ แล้วหันมามองหน้าคยูฮยอนอีกครั้ง ก่อนจะจุดยิ้มที่มุมปากแล้วทวนชื่อนั้นเบาๆ
“ลีทงเฮ...”
“ใช่! ...เฮ้ยเดี๋ยวก่อน นายก็จำได้นี่”
คราวนี้คยูฮยอนเลยได้โอกาส เขาสะกิดแขนล่ำให้รุ่นพี่ให้หันมามอง ก่อนจะชี้นิ้วที่หน้าตัวเอง
“รุ่นพี่ครับ หมอนั่นน่ะเพื่อนผม”
“ห๊ะ! อะไรนะ? นายบอกว่าเด็กคนนั้นเป็น.. เพื่อนนายงั้นรึ?”
“ค้าบบบ” คยูฮยอนพยักหน้าเนือยๆ จะบอกตั้งแต่เมื่อกี้ละ ห้ามอยู่นั่นแหละ
ส่วนพี่เยซองก็ถึงกับครางอู้ เบิกตาเล็กหยีของตัวเองเสียจนกว้างแล้วพยักหน้าน้อยๆ ดูเหมือนเรื่องนี้จะน่าสนใจกว่าที่คิดซะแล้ว
คยูฮยอนเองก็คิดแบบนั้น เขามองหน้าคิบอมที่เหมือนพยายามจะนึกอะไรแต่ก็นึกไม่ออกแล้วก็เคาะนิ้วกับโต๊ะ ...หมอนี่กับพี่เยซองต้องแอบไปมีความลับอะไรเกี่ยวกับทงเฮที่เขาไม่รู้แน่ๆ!
 
“ผมว่านะ เรามีเรื่องให้รื้อฟื้นกันหน่อยละ”



.
.
.
.
.



“ฮัดชิ้ว!”
“เป็นหวัดเหรอทงเฮ?”
คนถูกถามถูข้อนิ้วกับปลายจมูกตัวเองแรงๆ พร้อมกับส่ายหน้า
“ไม่นี่ ตั้งแต่เช้าเพิ่งจะจามเนี่ยแหละ”
“สงสัยใครคิดถึงมั้ง”
“นินทาล่ะไม่ว่า” ทงเฮทำจมูกยุกยิกเหมือนยังคันๆ อยากจะจามอีกซักรอบ ก็พอดีโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงมันสั่น คราวนี้ก็เลยได้รู้ละว่าใครเป็นตัวต้นเหตุ เขาย่นจมูกใส่ชื่อที่โชว์บนหน้าจอแล้วหันมือถือให้ซองมินดู “หมอนี่แหงๆ”
คนน่ารักได้แต่ยิ้มแล้วก็ส่ายหน้าตอนที่เพื่อนร่วมคณะกดรับสาย
“ว่าไงคยูฮยอน?  ...อ้อ ...อืม ได้ เดี๋ยวฉันบอกให้” แต่คุยกันแค่ไม่กี่คำก็วาง แล้วทงเฮก็หันมาบอก “คยูฮยอนบอกว่ากลางวันนี้จะไปกินข้าวกับรุ่นพี่ในคณะ ให้เราไปกันสองคน”
ซองมินเพียงพยักหน้ารับรู้แล้วหยิบหนังสือขึ้นมาเปิด อีกสิบนาทีก็จะเริ่มชั่วโมงแรกแล้ว นักศึกษาคนอื่นๆ ที่จับกลุ่มคุยกันอยู่ตามมุมนั้นมุมนี้ของห้องเริ่มกลับมานั่งที่ เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจยังดังต่อเนื่องอยู่ซักพักก่อนจะเงียบลง ตอนแรกซองมินนึกว่าอาจารย์เดินเข้ามาแล้ว แต่เหมือนจะไม่ใช่

ท่ามกลางความเงียบนั้น ปรากฏร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาที่เพียงแค่ก้าวผ่านประตูห้องเข้ามาก็เรียกความสนใจจากสายตาทุกคู่ได้ คนๆ นั้นกวาดตามองไปรอบๆ ห้องก่อนจะจุดยิ้มแสนเท่ห์ที่มุมปาก อันที่จริงซองมินก็ไม่ได้รู้สึกติดใจรอยยิ้มนั้นจนไม่อาจละสายตา แต่ที่เขากำลังมองนักศึกษาต่างคณะคนนั้นอย่างไม่วางตา พลางเอาศอกกระทุ้งให้ทงเฮที่ก้มหน้าก้มตารื้ออุปกรณ์เครื่องเขียนในกระเป๋าให้เงยหน้าขึ้นมามองด้วยความตื่นเต้น ก็เพราะหมอนั่นกำลังเดินมาทางพวกเขาทั้งสอง


“สวัสดีลีทงเฮ”
แล้วหมอนั่นก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขาจริงๆ เอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มแสนเท่ห์แบบที่ซองมินแน่ใจว่าได้ยินเสียงสาวๆ ที่นั่งแถวหลังครางงี้ดง้าด
แต่คุณถูกทักกลับจ้องมองอีกฝ่ายตาแป๋ว ...หมอนี่ใครนะ?
“นายคงจำไม่ได้ ฉันจะแนะนำตัวอีกครั้ง ฉันปาร์คฮยอนซึง ปีสองคณะนิเทศ ยินดีที่ได้รู้จัก”
หนุ่มต่างคณะยื่นมือออกมาหมายจะกระชับสัมพันธ์ แต่ทงเฮมองมือนั้นเหมือนของแปลกที่ไม่ควรเข้าใกล้ สุดท้ายคนแปลกหน้าก็เลยต้องเก็บมือกลับอย่างเสียฟอร์มนิดๆ

ซองมินมองหน้าเพื่อนสลับกับหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นแล้วเอาศอกกระทุ้งเบาๆ
“ไปรู้จักกันตอนไหน?”
ทงเฮส่ายหน้าน้อยๆ หน้าตามึนๆ บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวเองก็ไม่รู้คำตอบเหมือนกัน
“นายคงไม่คุ้นกับคนแปลกหน้า อันที่จริงเราเคยเดินชนกันสองครั้ง ไหนๆ นี่ก็เป็นโอกาสดี ฉันคิดว่าดอกไม้สวยๆ นี่คงเหมาะกับนาย” หนุ่มหล่อวางก้านดอกคาเนชั่นสีเหลืองอ่อนลงบนโต๊ะตรงหน้าทงเฮ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมา ยิ้มหวานสเน่ห์ในระยะกระชั้นชิด
“หวังว่าคงมีโอกาสได้ทานข้าวด้วยกันซักมื้อนะ”

เขายิ้มอีกครั้งตอนที่ยืดตัวขึ้น สายตาเป็นประกายกรุ้มกริ่มนั้นยังปรายไปทางสาวๆ แถวหลังให้เกิดกระแสงี้ดง้าดขึ้นอีกรอบก่อนจะล้วงสองมือลงกระเป๋าแล้วหันหลัง เดินออกจากห้องไปแบบเท่ห์ๆ เหมือนตอนที่เดินเข้ามา

“อะไรของเขา อยู่ดีๆ ก็...” ซองมินพึมพำเมื่อแผ่นหลังของคนแปลกหน้าพ้นประตู ก่อนจะหันไปคว้าแขนเพื่อนแล้วซักไซ้อย่างตื่นเต้น “ว่าแต่ไปรู้จักกันตอนไหน! หมอนั่นน่ะป๊อปปูล่ามากเลยนะ รุ่นพี่รุ่นน้องทั้งมหา’ลัยจ้องกันตาเป็นมัน”
ไม่บอกก็พอจะรู้ ตั้งแต่หมอนั่นเดินเข้ามาจนถึงตอนนี้ คนในห้องยังมองเขาแล้วก็จับกลุ่มซุบซิบกันอยู่เลย ทงเฮที่เกลียดการตกเป็นเป้าสายตาแบบนี้มากที่สุดเลยต้องทำเป็นก้มหน้าก้มตาเปิดหนังสือเรียน
“ก็... คงตอนที่เดินชน แบบที่หมอนั่นบอกมั้ง ...ไม่รู้สิ ฉันก็จำไม่ได้หรอก”
“เพราะนายไม่สนใจน่ะสิ แต่เล่นเดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องขนาดนี้ แถมยังเอาดอกไม้มาให้อีก เล็งนายไว้แหงๆ”
“เล็ง? เล็งทำไม?”
“ก็จีบนายไงล่ะ” ซองมินเฉลยด้วยใบหน้าจริงจังเกินกว่าจะพูดเล่น แต่พอเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่พันอยู่บนก้านดอกคาเนชั่นที่ยังอยู่บนโต๊ะ คนน่ารักก็กลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ “นี่ดูสิ มีเบอร์โทรศัพท์ด้วยอ่ะ หน้าตาดีแต่เสร่อชะมัด”




เย็นวันนั้นหลังเลิกเรียน พอไปถึงสนามซ้อม ซองมินก็ถูกคยูฮยอนดึงแขนให้แยกตัวออกไปแอบคุยกันสองคน ท่าทางทั้งคู่ดูกระตือรือร้นจนทงเฮที่ถูกทิ้งให้นั่งรอที่โต๊ะไม้สีขาวข้างสนามบาสฯคนเดียวอดจะย่นจมูกด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้

“ผมมีเรื่องตื่นเต้นจะบอก!”
“ฉันก็เหมือนกัน!”
“งั้นซองมินเล่าก่อนเลย”
“คยูฮยอนรู้จักปาร์คฮยอนซึงที่อยู่คณะนิเทศใช่มั้ย? วันนี้หมอนั่น อยู่ดีๆ ก็เดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องเรียนฉัน แล้วก็มาแนะนำตัว แถมเอาดอกไม้มาให้อีก”
คยูฮยอนได้ฟังแล้วก็หุบยิ้มในทันที เอากำปั้นทุบฝ่ามือตัวเองดังปั้ก
“ให้ซองมินน่ะเรอะ? หมอนี่มันกล้าเกินไปละ!”
“ให้ทงเฮต่างหากเล่า” ซองมินอมยิ้มแล้วแกล้งตีเนื้อแน่นๆ ตรงท่อนแขนอีกฝ่าย หวงไม่เข้าเรื่องเลยจริงๆ
“อะไรนะ?!”
“ก็อย่างที่ได้ยินนั่นแหละ แล้วหมอนั่นนะ เสร่อชะมัด เอาเบอร์โทรศัพท์พันไว้ที่ก้านดอกไม้ด้วย คิดว่าทงเฮจะโทรไปงั้นเหรอ? ชิ! ไม่มีทางซะล่ะ”
คยูฮยอนขมวดคิ้ว เขาว่าเขารู้จักปาร์คฮยอนซึงคนนี้นะ เรียนอยู่ปีเดียวกัน ด้วยความที่เป็นคนสำรวย ทั้งรูปหล่อ พ่อรวย คารมดี แถมยังหว่านสเน่ห์ไม่เลือกหน้า ทำให้หมอนี่ป๊อปมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ถึงจะมีข่าวลือหนาหูว่าฮยอนซึงคนนี้ก็แสบใช่ย่อย คบหาสมาคมกับพวกแก๊งค์อันธพาลข้างนอกนั่น แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้เรทติ้งของหมอนั่นตกลงเท่าไหร่ ภาพลักษณ์แบดบอยยิ่งทำให้หมอนั่นกลายเป็นที่ชื่นชอบไปด้วยซ้ำ คนที่เป็นที่สนใจของคนทั้งมหา’ลัยแบบนั้นกับคนเก็บตัวอย่างทงเฮ ...อย่างกับอยู่กันคนละโลก
“แล้วหมอนั่นรู้จัก