[Fic] Love in the ice - part 18

posted on 13 Jun 2012 00:07 by mondaymaybe in Love-in-the-ice

Title : [Fic] Love in the ice - part 18
Author : mondaymay
Staring : Choi Siwon x Kim Heechul)
Rating : PG-13
Genre : Yaoi, A/U, Drama, Angst

Warning: นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการส่วนบุคคล และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์ระหว่างชายและชาย โดยการขอใช้ชื่อบุคคลและลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลที่มีอยู่จริง เพื่อเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่องเท่านั้น โดยไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหายทั้งสิ้น หากนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านไม่พึงประสงค์ ไม่ชอบ หรือรังเกียจ กรุณาปิดหน้านี้ลงเสียด้วยความสงบ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ ^^

 

...................................................





ทั้งที่ควรจะหักห้ามใจ... แต่ความหอมหวานใดกันนะ ที่ทำให้ชเวซีวอนลุ่มหลงได้ถึงเพียงนี้...

...ลุ่มหลง ...กระทั่งยอมหักหลังตัวเอง

ซีวอนไม่อาจห้ามหัวใจที่ได้แต่โหยหาคนที่รู้ว่าไม่ควรแตะต้องได้ ...ฮีชอลอยู่ในอ้อมกอดของเขา ...รสจูบที่หวานละมุนทำให้ชายหนุ่มลืมสิ้นทุกสิ่งอย่าง แม้ความเจ็บปวดจะยังทิ่มแทงในทุกลมหายใจ แต่หากแค่ร่างบางถอนริมฝีปากเพื่อขอลมหายใจ เขายังรู้สึกเหมือนใจจะขาด ราวกับริมฝีปากนุ่มละมุนนี้คือสิ่งเดียวในโลกที่มอบชีวิตให้กับเขาได้ ชายหนุ่มจึงกลืนกินด้วยความกระหาย ...แต่ทว่าอ่อนโยนอย่างที่สุด กระทั่งร่างบางอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขน

ร่างสูงลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยความรู้สึกร้อนผ่าว ความสับสนทำให้เขาคิดว่าตัวเองกำลังจะร้องไห้ มือที่สั่นเทาประคองดวงหน้างดงามของคนที่รักแล้วจ้องลึกเข้าไปในลูกแก้วแสนสวย
“ฮีชอล...” เขาพรอด แม้น้ำเสียงของตนก็ยังไม่อาจควบคุมไม่ให้สั่นได้ ดวงตาที่หวานฉ่ำของฮีชอลในตอนนี้ทำให้หัวใจของเขายิ่งสับสน “ฮีชอล... อย่าทำแบบนี้... ผมรักคุณ... รักคุณมากนะ...”
หากร่างบางกลับยิ้ม แตะหลังมือขาวเย็นลงที่ข้างแก้มชายหนุ่ม ก่อนจะยืดตัวขึ้น แตะริมฝีปากอ่อนนุ่มลงที่ข้างขมับแล้วขบเม้มเบาๆ ที่ใบหู
“...ไม่ต้องการฉันแล้วหรือ?” สัมผัสนุ่มละมุนยังคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง ลมหายใจผะผ่าวที่รินรดราวกับจะยั่วเย้าให้ติดกับ แม้ซีวอนจะหลับตาแต่ก็ยังได้ยินเสียงครางเครือในลำคอ รู้สึกได้ถึงดวงหน้าหวานหยดที่ซุกลงกับต้นคอของเขา คลอเคลียออดอ้อนจนชายหนุ่มทนแทบไม่ไหว “...ไม่อยากกอดฉันแล้วหรือ?”
“ฮีชอล...” ซีวอนกัดฟันแน่น ทั่วทั้งร่างร้อนรุมจนแทบระเบิด เขาต้องการฮีชอลเหลือเกิน...

ชายหนุ่มกระชับอ้อมแขนให้สองร่างยิ่งแนบแน่น ก่อนจะฝังปลายจมูกลงกับซอกคอขาวระหง จมดิ่งดำลึกกับความหอมหวานที่รู้ตัวดี ...ว่าหากหลงกลอีกเพียงครั้ง เขาจะไม่มีวันถอนตัวได้อีก


มือขาวเย็นสางผมเส้นหยาบแล้วขยุ้มเบาๆ ยามเมื่อซีวอนซุกไซ้ปลายจมูกและริมฝีปาก ดวงหน้าสวยเริ่ดขึ้นด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่ทั้งร่างจะถูกประคองให้นอนราบลงกับพื้นเตียง ความเย็นเยียบทำให้ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อแผ่นหลังสัมผัส แต่ไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่ตามมาทาบทับในวินาทีเดียวกันก็ทำให้ความหนาวเย็นมลายหายไปสิ้น ซีวอนเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเพื่อสบตากับคนในอ้อมแขน มือใหญ่ลูบปลอบเรือนผมดำสนิทอย่างรักใคร่ เสียงหอบน้อยๆ ทำให้ซีวอนไม่อาจอดใจที่จะฝังปลายจมูกหนักๆ ลงที่ปรางค์แก้มเนียนที่แดงเรื่อ ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากไปที่ใบหูนิ่ม กระซิบถ้อยคำหวานหูด้วยเสียงสั่นพร่า

“ฮีชอล... ผมคิดถึงคุณ... ต้องการคุณเหลือเกิน...”

มือเรียวขาวไต่ขึ้นโอบรอบคอร่างสูง เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนกลับมาป้อนความอ่อนหวานทว่าร้อนรุ่มจนแทบดูดกลืนทุกความรู้สึกไว้ ร่างบอบบางสะท้านไหวยามเมื่อมืออุ่นสอดเข้าชายเสื้อเชิ้ตตัวบาง ลูบไล้จากหน้าท้องแบนราบไปจนทั่วแผ่นอกขาวเนียน ปลายนิ้วที่จงใจสะกิดผ่านจุดอ่อนไหวทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือกจนต้องถอนริมฝีปากออกมาเอง แววตาที่วูบไหวอดทำให้ชายหนุ่มเผยยิ้มไม่ได้ ...ให้ยั่วเย้าเก่งแค่ไหน ฮีชอลก็ยังไร้เดียงสานัก เขาประทับจูบเบาๆ เพื่อปลอบขวัญ ก่อนจะเลื่อนลงมาดูดดึงเนื้ออ่อนที่ต้นคอ ขณะที่นิ้วมือเรียวค่อยปลดกระดุมเสื้อของร่างบางออกทีละเม็ด เมื่อสาบเสื้อถูกแยกออก แผ่นอกขาวเนียนที่ปรากฏแก่สายตาก็สะท้านน้อยๆ ซีวอนไม่ปล่อยให้ลมหนาวทำร้ายผิวบางได้นาน ริมฝีปากอุ่นร้อนจึงพรมจูบไปจนทั่วผิวเนื้อนุ่มนิ่มอย่างรักใคร่ ทั้งรู้ว่าจุดไหนที่ไวต่อความรู้สึก ชายหนุ่มยิ่งเอาใจใส่ ทั้งลูบไล้ทั้งดูดกลืนจนเจ้าของร่างขาวผ่องบิดเร่าด้วยความหวามไหวที่ถูกป้อนให้

“อือ... ซีวอน...”

ลมทะเลไม่ได้หนาวอย่างที่คิด เมื่อสองร่างกอดก่ายกันไม่ยอมห่าง ใช้ผ้าห่มเพียงผืนเดียวแทนเสื้อผ้าที่ถูกปลดทิ้ง ซีวอนแนบริมฝีปากอุ่นร้อนไปจนทั่วร่างกายขาวผ่อง ไม่เว้นแม้ซักตารางนิ้ว ในขณะที่ฮีชอลได้แต่หอบหนัก และเมื่อซีวอนยกต้นขาของเขาขึ้นแล้วเอาใจด้วยโพรงปากอุ่นร้อน ร่างบางก็แทบจะร้องครางออกมา

ทั้งที่ร่างกายเขาเองก็ต้องการจนแทบทนไม่ไหว แต่ซีวอนยังคงละเมียดป้อนความหวานให้ฮีชอลอย่างไม่เร่งรัด เขาอยากให้ฮีชอลพร้อม หากร่างบางกลับยิ่งกระสับกระส่าย ใบหน้าหล่อเหลาถูกรั้งเข้าไปจนใกล้ก่อนที่ฮีชอลจะกระซิบกับริมฝีปากของเขา
“...มาเถอะ”
ราวกับถ้อยคำประกาศิต ซีวอนประคองดวงหน้าสวยไว้ก่อนจะมอบจูบแสนหวานแทนคำตอบรับ
“ถ้าเจ็บ... บอกผมนะ” 
ฮีชอลไม่ตอบอะไร เขายิ้มน้อยๆ ก่อนจะวาดเรียวแขนโอบรอบคอคนด้านบนไว้ ซุกดวงหน้าลงกับช่วงบ่าแข็งแรง

ซีวอนกดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่ม ก่อนจะขยับร่างกายเข้าแทรกจนร่างบางสะดุ้ง ชายหนุ่มหยุดชะงักในทันทีเมื่อรู้สึกได้ว่าร่างข้างใต้กำลังฝืนเกร็ง ซีวอนกัดฟันแน่น ร่างกายของเขาชุ่มเหงื่อไปหมด แม้ว่าการอดทนรอจะทำให้เขาแทบขาดใจ แต่ความรู้สึกของฮีชอลต่างหากที่สำคัญกว่า
 
กระทั่งร่างบางกระซิบถ้อยคำหวานหูอยู่กับช่วงไหล่ของเขา
“...มาเถอะ ฉันต้องการนาย...”
 
ซีวอนก็กอดคนใต้ร่างเสียจนแน่น ก่อนจะแทรกร่างกายอย่างช้าๆ จนเป็นหนึ่งเดียวกันได้ในที่สุด เขาผ่อนลมหายใจหนัก ร่างบางสั่นน้อยๆ ในอ้อมกอดของเขา แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ซีวอนจึงคลายอ้อมแขน วางร่างบางให้นอนราบลงกับพื้นเตียง เขาสบตาฮีชอลที่ตอนนี้หวานฉ่ำเสียเหลือเกิน แล้วจูบปลอบเบาๆ ที่เนินหน้าผาก ก่อนจะเริ่มขยับกายอีกครั้ง เพียงเท่านั้นใบหน้าสวยก็บิดเบี้ยวจนน่าสงสาร ฮีชอลขบริมฝีปากแน่นเมื่อความเจ็บปวดรุกราน และซีวอนก็เต็มใจจะมอบจูบหวานล้ำเพื่อไถ่โทษ เขาขยับร่างทั้งที่ยังไม่ละริมฝีปาก ความอ่อนหวานทำให้ร่างบางผ่อนคลายลง ปล่อยร่างกายให้ถูกชักพาไปตามการเคลื่อนไหวของร่างสูง

เสียงครางเครือในลำคอทำให้ซีวอนจำต้องปล่อยกลีบปากนุ่มให้เป็นอิสระ ปลายจมูกของเขาเกลี่ยไล้ไปตามพวงแก้มนุ่ม ก่อนจะกระซิบเสียงพร่าผ่านลมหายใจที่ขาดห้วง
“ผมรักคุณ... ฮีชอล.. ผมรักคุณ...”
“ฉันรู้...” ร่างข้างใต้ตอบรับก่อนจะเลื่อนสองมือขึ้นประคองใบหน้าหล่อเหลาไว้


ฉันรู้... แต่ไม่อาจบอกคำเดียวกันได้


ขอโทษนะ ซีวอน...



ความอ่อนหวานอบอวลอยู่ในทุกอณูอากาศของห้องพักริมทะเล ความหนาวเหน็บถูกไอร้อนแห่งความปรารถนาปลุกปลอบเสียจนมลายหายไปสิ้น เสียงครางหวานหูสอดผสานกับคำบอกรักที่แสนลึกซึ้ง ถูกสายลมจากทะเลพัดพาไปจนไกลแสนไกล หากสองร่างยังคงกอดก่ายไม่ยอมห่าง

หนึ่งคนที่เคยเย็นชาราวเทพธิดาน้ำแข็ง กลับถูกความอ่อนโยนที่แสนเร่าร้อนละลายให้อ่อนแรงลงใต้ร่าง อีกคนที่เฝ้าทรมานใจด้วยความผิดในความปรารถนาที่ไม่อาจแตะต้อง กำลังถูกปลุกปลอบด้วยความอ่อนหวานที่ล้ำค่ายิ่งกว่าชีวิต


...ชเวซีวอนรักคิมฮีชอลยิ่งกว่าชีวิต


เมื่อไหร่กันนะ? ...เมื่อไหร่ที่เขาจะได้ยินคำบอกรักจากอีกฝ่ายบ้าง

 
เมื่อไหร่กัน...?




.
.
.
.
.




กลางดึกคืนนั้น ซีวอนลุกพรวดขึ้นจากเตียงด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ
“คุณจะไปไหน?” ร่างสูงร้องถามอย่างร้อนรน เมื่อจู่ๆ ร่างบางก็ทิ้งอ้อมกอดของเขาแล้วลุกขึ้นจากเตียง
ฮีชอลไม่ได้ตอบอะไร แค่หันมามองเขาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย แล้วเดินไปที่ประตูห้อง
“ไม่นะฮีชอล! คุณอย่าไปนะ!” ซีวอนร้องห้ามในทันทีที่มือเรียวแตะลูกบิด แต่ก็ไม่อาจรั้งร่างเพรียวบางไม่ให้เดินจากไปได้

“อย่าไปนะฮีชอล! อย่าทิ้งผมไป!”


...ไม่นะ!


“เฮือก!” ร่างสูงใหญ่ผวาลุกพรวดขึ้นนั่ง ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แววตาของเขายังคงตื่นตระหนกและหวาดกลัว ซีวอนหอบหายใจระรัว ตั้งสติอยู่เพียงครู่จึงได้รู้ว่าเหตุการณ์นั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน อยากจะใจชื้นว่าในความเป็นจริงแล้วร่างบางไม่ได้หนีเขาไปไหน แต่เมื่อหันมองคนที่นอนข้างกันเมื่อตอนหัวค่ำ กลับพบเพียงหมอนที่ว่างเปล่าไร้คนหนุนนอน หัวใจของเขาก็เต้นกระหน่ำด้วยความหวาดกลัว


...หรือฮีชอลจะทิ้งเขาไปจริงๆ!


ซีวอนผลุนผลันลุกขึ้นในทันที หยิบเพียงกางเกงนอนขายาวขึ้นมาสวมลวกๆ แล้วรีบเดินไปที่ประตู พลันสายตาเหลือบไปเห็นประตูระเบียงที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ผ้าม่านสีขาวสะบัดปลิวไปตามแรงลมที่พัดเข้ามา เบื้องหลังม่านนั้นปรากฏเงาเรือนลาง ซีวอนเพ่งตามองด้วยใจเต้นระรัว ก่อนจะเห็นร่างบางนั่งกอดเข่าอยู่ตรงระเบียงนั้น

...หัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

ซีวอนยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองแล้วค้างไว้แบบนั้น เขากลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ฝันร้ายเมื่อครู่มันหลอกหลอนเขา หากไม่มองให้ดี คงได้พรวดพราดออกไปตามหาฮีชอลเสียจนทั่วแล้ว ทั้งที่จริงร่างบางก็ไม่ได้ไปไหน


เสื้อเชิ้ตตัวบางเพียงตัวเดียวที่ร่างบางสวม ดูเหมือนไม่น่าจะต้านทานสายลมจากทะเลที่แสนหนาวเหน็บในตอนกลางคืนได้ ซีวอนจึงเดินกลับไปที่เตียง แล้วคว้าเอาผ้าห่มผืนหนาติดมือมาด้วย
“ฮีชอล...” ร่างสูงคลุมผ้าห่มด้านหนึ่งพันร่างคนรักไว้ ก่อนที่ตัวเองจะนั่งลงเคียงข้าง แล้วดึงชายผ้าอีกด้านมาคลุมตัว  “ออกมานั่งตากลมอีกแล้ว เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”
ฮีชอลยิ้มแทนคำขอบคุณ แล้วซุกตัวเข้าหาอกอุ่นๆ ของคนที่ห่มผ้าผืนเดียวกัน พลันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
“ทำไมหัวใจเต้นแรงจัง” ร่างบางเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะใช้หลังมือแตะเบาๆ ที่ข้างแก้มชื้นเหงื่อของชายหนุ่ม “เหงื่อก็ออกด้วย เป็นอะไรรึเปล่า?”
“ไม่มีอะไรหรอก ...มันก็แค่ความฝันน่ะ”
ซีวอนบอกแล้วดึงร่างบางเข้ามาจะกอดไว้ แต่ฮีชอลกลับขืนตัว
“ฝันร้ายเหรอ?”
“ผมบอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร” ซีวอนรั้งร่างบางเข้าหาตัว แล้วกอดเอาไว้หลวมๆ “...แค่ได้กอดคุณไว้แบบนี้ ผมก็ไม่เป็นไรแล้ว”
ทั้งที่บอกแบบนั้น แต่น้ำเสียงก็สั่นเทาจนรู้สึกได้ ฮีชอลไม่สบายใจเลยสักนิด เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของอกอุ่นแล้วถามอย่างห่วงใย
“นายฝันว่าอะไร บอกฉันได้มั้ย?”
ซีวอนมองคนในอ้อมแขนแล้วถอนหายใจเบาๆ คิดจะปิดบังคิมฮีชอลย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ชายหนุ่มยอมรับว่าเมื่อครู่เขาขาดสติเอาเสียจริงๆ ช่วงเวลาที่ผ่านพ้นยิ่งหวานแสนหวานเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหวาดกลัว ...หากตื่นขึ้นมาแล้วคนคนนี้ไม่อยู่ในอ้อมแขน เขาจะทำเช่นไร?

หากฮีชอลหนีไปอีก ...เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?

จุมพิตแผ่วเบาแตะลงที่หน้าผากแล้วซีวอนก็ยิ้มให้คนที่รัก
“ผมฝันว่าคุณหายไป ...หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ ผมบอกแล้วไง มันก็แค่ความฝัน ตอนนี้ผมมีคุณอยู่ในอ้อมแขนแล้ว ผมไม่กลัวหรอก”
แล้วซีวอนก็เอาชนะความกลัวด้วยการดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่นๆ กดปลายจมูกลงบนกลุ่มผมหนานุ่ม สูดกลิ่นหอมหวานละมุนเพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้กำลังฝัน ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มอย่างคลายกังวล หากแต่ดวงหน้าสวยที่ซบอยู่กับอกกลับมีแวววิตกกังวลนัก
“นายฝันแบบนี้บ่อยหรือ?”
“...แทบทุกวัน แค่ได้เห็นหน้าคุณ ผมก็จะเก็บไปฝัน ...ฝันว่าผมมีคุณอยู่ในอ้อมกอด แต่จู่ๆ คุณก็หายไป ...แม้แต่ในความเป็นจริง ทุกครั้งที่ผมกอดคุณไว้ พอตื่นขึ้นมาคุณก็จะหายไป จนบางครั้งผมก็แยกไม่ออก ว่ามันคือเรื่องจริงหรือความฝันกันแน่”
“ซีวอน...”
“แต่ตอนนี้ผมไม่กลัวแล้ว เพราะมีคุณอยู่ตรงนี้” ซีวอนประคองดวงหน้างามงดไว้ด้วยสองมือ มองสบลูกแก้วแสนสวยแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน “...ผมจะกอดคุณไว้ ...ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีวันปล่อยให้คุณหายไปไหนอีก” ก่อนที่วงแขนแกร่งจะยิ่งกอดรัดร่างบางให้แน่นเข้า แต่ฮีชอลกลับไม่ได้รู้สึกอึดอัดซักนิด ...แผ่นอกของซีวอนอบอุ่นเสมอ มือเรียวยกขึ้นโอบลำคอร่างสูงไว้ พลันปลายนิ้วกลับสัมพัสได้ถึงนูนเนื้อที่ไม่ราบเรียบบริเวณเหนือแผ่นอกด้านขวาขึ้นไป ฮีชอลมองรอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งก่อน ...แผ