[Fic] Hey! my boy (Level GEE!!) 23

posted on 28 May 2012 00:24 by mondaymaybe in Hey-my-boy-Level-GEE
Title: Hey! my boy (Level GEE!!) – part 23
Author: Mondaymay
Staring: Kibum x Donghae, Kyuhyun x Sungmin, Siwon
Rating: PG-13
Genre: Yaoi, A/U, Lovely

Warning: นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการส่วนบุคคล และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์ระหว่างชายและชาย โดยการขอใช้ชื่อบุคคลและลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลที่มีอยู่จริง เพื่อเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่องเท่านั้น โดยไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหายทั้งสิ้น หากนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านไม่พึงประสงค์ ไม่ชอบ หรือรังเกียจ กรุณาปิดหน้านี้ลงเสียด้วยความสงบ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ ^^


.............................



ตอนที่ 23: ตัวตนกับคนพิเศษ



“นายจะเอาไอ้นี่ไปทำไม?” คยูฮยอนถามตอนที่ยื่นของในมือให้ ทงเฮบอกให้เขาไปขอมาจากคุณแม่ของคิบอมตั้งแต่เมื่อวาน แล้วเอามาให้ที่มหา’ลัยเช้านี้
“ก็นายอยากให้ฉันช่วยให้คิบอมจำได้”
“อาฮะ แล้ว?”
“ก็ต้องใช้เจ้านี่แหละ”
ทงเฮบอกแค่นั้นแล้วก็สะบัดมือไล่ คยูฮยอนเลยต้องเดินออกมา ซุ่มสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ กับซองมินสองคนที่อีกฝากของสนามบาสฯ


ทงเฮเดินกลับมาที่โต๊ะไม้สีขาว ที่คิบอมนั่งรออยู่ก่อนแล้วตั้งแต่เมื่อกี้
“จำของพวกนี้ได้รึเปล่า?”
เขาวางของสองสิ่งลงบนโต๊ะ คิ้วหนาเข้มบนใบหน้าคิบอมขมวดมุ่นอย่างใช้ความคิดอยู่เพียงครู่ ก่อนที่เจ้าตัวจะส่ายหน้าช้าๆ
“...ไม่เลย”
“นึกดูให้ดีๆ สิ ของพวกนี้ไม่คุ้นตานายบ้างเลยหรอ?”
คนถูกถามใช้ความคิดนานกว่าเดิมอีกนิดหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ส่ายหน้าอยู่ดี
ทงเฮนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม หยิบของที่คยูฮยอนเพิ่งเอามาให้ขึ้นมาไว้บนมือแล้วยื่นไปตรงหน้าอีกฝ่าย “ผ้ารัดข้อมือนี่น่ะ นายเพิ่งซื้อมาตอนก่อนลงแข่งนัดอุ่นเครื่อง ส่วนผ้าพันคอนี่ก็แม่นายถักให้”
คนจำอะไรไม่ได้มองผ้ารัดข้อมือสีน้ำเงินเข้ม กับผ้าพันคอสีเทาในมือของคนตรงหน้าสลับกันไปมา ถ้าอย่างนั้นของสองอย่างนี่ก็เป็นของเขาแน่ๆ ล่ะ แต่ว่า...
“แล้วมันสำคัญยังไง?”
“ก็...!” คนจะเล่ากัดปากเหมือนลังเลใจ มันทำให้คนรอฟังยิ่งลุ้น
“ก็...?”
“...ก็ผ้ารัดข้อมือเนี่ย นายบอกกับแม่ว่าไปซื้อกับแฟนมา จะเก็บไว้ให้แฟนสวมให้ตอนลงแข่งนัดแรก แม่นายก็เลยถักผ้าพันคอนี่ ให้นายเอาไปให้แฟนคนนั้นไง”
“แฟน? ฉันมีแฟนด้วยเหรอ?”
“ก็นั่นน่ะสิ! นายน่ะขี้เก๊กจะตาย ใครที่ไหนจะอยากเป็นแฟน”
“แล้วฉันเอาไปให้ใครล่ะ?”
“ก็ฉันนี่ไง!”
“ห๊ะ?!” คิบอมอุทานเสียลั่นจนคนเล่านึกอยากจะเอาอะไรอุดปาก แล้วก็ปิดตาโตๆ นั่นซะ กำลังคิดอย่างนั้น จู่ๆ คน(เคย)ขี้เก๊กก็เปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มจนกว้าง “งั้นก็หมายความว่า...”
“....!”
“เราสองคน...!”
“ไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้นนั่นแหละ!” ทงเฮสวนขึ้นโดยไม่รอให้คิบอมพูดจบ ตาบ้านี่คิดแบบนี้ได้ยังไงกัน! “นายน่ะหลอกคุณป้าว่ามีแฟนแล้ว พอคุณป้าให้ของมาก็ไม่รู้จะเอาไปให้ใคร ถึงได้โยนมาให้ฉันเนี่ย! ผ้ารัดข้อมือนี่ก็เหมือนกัน วันแข่งน่ะ นายแกล้งให้ฉันสวมให้ต่อหน้าคนเยอะแยะ ฉันโดนแซวไปเป็นอาทิตย์ นายต้องไปพูดอะไรกับคนในทีมไว้แน่ๆ!”
“เฮ้ย! ไม่เคย”
“จำไม่ได้แล้วจะรู้ได้ไงว่าไม่เคย!”
“เดี๋ยวก่อนนะทงเฮ เรื่องนั้นมันไม่ใช่ประเด็นซักหน่อย”
“นั่นแหละประเด็น! นายชอบแกล้งฉัน!”
“ไม่ใช่ซักหน่อย ประเด็นคือนายกับฉัน เราเป็น... อุ๊บ!”
มือเล็กตะปบปากคนตรงหน้าไว้ได้ทันก่อนที่คิบอมจะหลุดปากพูดอะไรออกมา เขาทั้งคู่เถียงกันเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ จนคนที่เดินผ่านไปมาเริ่มหันมามองแล้ว คนตัวเล็กถลึงตาใส่คนจำอะไรไม่ได้ แล้วกระซิบเสียงขู่รอดไรฟัน
“ถ้านายขืนพูดอะไรแปลกๆ ออกมา ฉันจะไม่คุยด้วยอีก!”
คนตัวโตกว่าพยักหน้าหงึกๆ อย่างจำยอม แล้วค่อยแกะมือที่ปิดปากตัวเองออก
“แต่ว่า... ถ้าเราไม่ได้เป็นแฟ...”
“คิมคิบอม!”
“โอเค ถ้าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ถ้านายเป็นแค่เพื่อนของคนในทีม แล้วฉันจะแกล้งนายทำไม?”
“ก็เพราะนายมันนิสัยเสียน่ะสิ!”
“แต่ของพวกนี้สำคัญมากนะ ฉันไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องหลอกแม่ตัวเองเพื่อแกล้งนายหรอกจริงมั้ย?”
“...มันก็...”
“นอกเสียจากว่า... ฉันจะรู้สึกแบบนั้นกับนายจริงๆ”
“อะ.. อะไรนะ?! ไม่ใช่ละ!”
“ฉันจำไม่ได้ นายอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่ามันไม่ใช่สิ”
คนเถียงไม่ออกได้แต่กัดปาก สู้สายตาไม่ได้ก็ยืดตัวขึ้นกอดอกแล้วสะบัดหน้าไปทางอื่น ให้คิบอมได้เห็นแค่ข้างแก้มแดงๆ ที่ป่องออกน้อยๆ



“เฮ้อออ จะได้เรื่องมั้ยเนี่ย...” เสียงใสพึมพำเบาๆ พอให้ได้ยินกันสองคนกับร่างสูงโปร่งอีกคนที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ หลังจากที่จับตามองเพื่อนทั้งสองด้วยความเป็นห่วงมาพักใหญ่ๆ
“ไม่มีทางอื่นแล้วนี่” คยูฮยอนบอกทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากคนตัวเล็กที่กำลังทำท่าตะบึงตะบอนใส่คนตรงข้าม “ทงเฮเป็นคนเดียวที่จะทำให้หมอนั่นจำอะไรได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนเราก็คงได้แต่เอาใจช่วยเท่านั้น”




หลังแยกกับซองมินที่สนามบาสฯแล้ว คยูฮยอนก็แวะมาทำธุระที่ฝ่ายธุรการเพียงคนเดียว ช่วงเปิดเทอมใหม่ๆ จะมีนักศึกษาเยอะมาก แต่ตอนนี้แทบไม่มีใครเลย นอกจากคนที่จะมาติดต่อขอเพิ่มหรือลดวิชาเรียนอย่างเขาเท่านั้น พอแจ้งความประสงค์กับอาจารย์เจ้าหน้าที่ตรงช่องลงทะเบียนแล้วคยูฮยอนก็ยืนรออยู่ตรงหน้าเคาท์เตอร์ ไล่สายตาอ่านป้ายประกาศต่างๆ ที่ติดอยู่ตามบอร์ดไปพลางๆ เพื่อฆ่าเวลา พลันหางตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงที่คุ้นตาเดินออกมาจากห้องผู้อำนวยการที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว

“ขอบคุณมากนะครับ”
“ไม่เป็นไรไม่ต้องเกรงใจ ฝากความคิดถึงให้คุณพ่อด้วยนะ ไว้ว่างๆ จะเชิญไปดื่มชา”
“ได้ครับ ขอตัวก่อน” ร่างสูงโค้งลาและยืนส่งผู้อำนวยการจนประตูห้องปิดลง ก่อนจะหันหลังมา
คยูฮยอนยังอยู่ที่เดิมตอนที่ซีวอนหันมาเห็น ต่างคนต่างมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ
“...นายมาทำอะไรที่นี่น่ะ?”
คยูฮยอนชิงถามขึ้นก่อน อีกฝ่ายจึงเปลี่ยนสีหน้าให้เป็นเรียบเฉย ก่อนจะเดินเข้ามาให้เหลือระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว ยกซองพลาสติกที่ใส่เอกสารให้ดูผ่านๆ แล้วกดยิ้มมุมปาก
“ลาออกน่ะ”
“ว่าไงนะ?!”
“ฉันจะไปเรียนต่อที่อเมริกา วันนี้ก็เลยมายื่นเรื่อง แล้วก็ถือโอกาสลาผู้อำนวยการซะเลย”
“เดี๋ยวก่อนนะ นี่มันอะไรกัน ทำไมจู่ๆ นายก็...”
“นายอยากให้ฉันปล่อยทงเฮไปไม่ใช่รึไง?” ซีวอนยังคงยิ้มมุมปาก ท่าทางใจเย็นแบบที่เคยเป็นเสมอ “ฉันจะไปอเมริกา ไม่มีฉันซักคน อะไรๆ มันก็คงง่ายกว่านี้ จริงมั้ย?”
“อย่าพูดเหมือนพวกเราบีบให้นายต้องไปแบบนี้สิ พวกเราเป็นเพื่อนกัน ทั้งฉันทั้งทงเฮ ไม่มีใครอยากให้นายไปไหนทั้งนั้น”
ซีวอนพยักหน้าช้าๆ ก่อนเอื้อมมือไปจับไหล่อีกฝ่าย
“ฉันจะเดินทางอาทิตย์หน้า จะไปส่งก็ได้นะ”
“อาทิตย์หน้า? ทำไมเร็วจัง แล้วทงเฮรู้รึยัง?”
“ฉันตั้งใจจะบอกเขาเป็นคนแรก ตั้งแต่วันก่อนตอนที่เจอนายนั่นแหละ” ซีวอนหมายถึงวันที่คยูฮยอนชวนเขาออกไปคุยที่สวนสาธารณะ ในวันนั้นซีวอนตั้งใจจะไปบอกเรื่องนี้กับทงเฮก่อนจริงๆ “เออจริงสิ แล้วหาตัวคนที่ทำร้ายคิบอมได้รึยัง อย่าบอกนะว่าที่ไม่อยากให้ฉันไปเพราะคิดว่าฉันเป็นคนทำน่ะ”
“โธ่ซีวอน...”
“ฉันพูดเล่น” เขาตบบ่าเพื่อนแล้วหัวเราะเบาๆ “ช่วงนี้ฉันคงไม่ค่อยว่าง ก่อนไปถ้าได้เจอกันพร้อมหน้าซักครั้งก็คงดี”
ถ้าพูดแบบนี้แสดงว่าไม่ให้ความหวังกันนัก คยูฮยอนพยายามจะพูดอะไรต่อแต่ซีวอนก็ไม่เปิดโอกาส เขาเพียงยิ้ม โบกมือแล้วเดินจากไป


.
.
.
.
.


“มีอะไรรึเปล่าทงเฮ? ฉันเห็นนายนั่งมองโทรศัพท์มาตั้งแต่ชั่วโมงเช้าแล้ว”
ซองมินถามขึ้นหลังหมดชั่วโมงเรียน เขากำลังเก็บของลงกระเป๋าในขณะที่เพื่อนร่วมคณะยังเอาแต่มองหน้าจอมือถือ และก็มองแบบนี้ทุกสิบห้านาทีมาตั้งแต่เช้า
“ซีวอนน่ะ ไม่โทรมาหลายวันแล้ว”
“ทะเลาะกันรึเปล่า?”
“ก็... ไม่เชิง...”
“ไม่ลองโทรไปล่ะ”
ทงเฮเอียงคอคิด แป๊บเดียวก็ส่ายหน้า
“ไม่ดีกว่า”
อย่างนั้นก็คงต้องตามใจ ซองมินได้แต่พยักหน้า เก็บของเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นก่อน
“ไปกินข้าวกันเถอะ หิวแล้วอ่ะ”
“อื้ม”



ตอนที่ไปถึงแคนทีน คยูฮยอนก็นั่งเอาหน้ามุ่ยๆ ท้าวคางรออยู่แล้ว
“ช้ากันจัง ฉันหิวจนเกือบจะกินหนังสือแทนข้าวได้อยู่แล้วเนี่ย”
“แล้วไม่กินซะเลยล่ะ ถ้าไม่อิ่มฉันจะได้แถมให้อีกซักเล่มสองเล่ม” ทงเฮประชดกลับแล้วเหวี่ยงกระเป๋าลงบนโต๊ะ จงใจให้เฉียดหน้าหล่อๆ ของเพื่อนไปไม่กี่เซ็น เล่นเอาคยูฮยอนต้องผงกหัวหลบ
“แม๊... ขยันหาเรื่องฉันจังนะ ถึงจะอยู่ทีมเดียวกันแต่ก็คนละคนน้า~ โมโหใครก็ไปลงกับคนนั้นสิ”
“นายนี่มัน...!” ทงเฮเงื้อกำปั้นทั้งที่หน้าแดงก่ำ จะไม่โมโหขนาดนี้เลยถ้าคนที่เจ้าเพื่อนตัวดีพูดถึงไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะนั้นด้วย แถมกำลังหัวเราะเยาะเขาอีกตั้งหาก “อยากตายนักใช่มั้ยโจคยูฮยอน!”
“โอ๋~~ เค้าขอโทษ~”
เจอเสียงขู่รอดไรฟันแบบนี้ พ่อปีกขวาตัวดีเลยต้องยกสองมือยอมแพ้

ซองมินเองก็ยังอดยิ้มไม่ได้ เขาวางกระเป๋าแล้วหันไปทักคนที่เอาแต่นั่งยิ้มเช่นกัน
“คิบอมก็มาด้วยเหรอ”
“หมอนี่ชวนมาน่ะ” คนถูกถามหันนิ้วโป้งไปทางเพื่อนร่วมทีม
“ดีจัง นายอาจจะจำไม่ได้ แต่พักหลังๆ มานี่ เรากินข้าวกลางวันด้วยกันทุกวันเลยนะ”
“งั้นเหรอ?” คิบอมเลิกคิ้วพลางพยักหน้าช้าๆ มองหน้าคนตัวเล็กแล้วเขาก็ยิ้ม “ก็คงงั้นล่ะ”

“ไปเหอะ หาอะไรกินกัน”
คยูฮยอนชวนเพื่อนๆ แล้วลุกขึ้นก่อน ปล่อยคิบอมกับซองมินให้แยกย้ายกันไปเลือกดูอาหารแต่ละร้าน ส่วนตัวเขายังมองหาร้านกับข้าวร้านประจำของทงเฮ
“นายอยากกินอะไร ฉันไปซื้อให้” เขาหันไปถามเพื่อน คนตัวเล็กยังยืนอยู่ที่เดิม ก้มมองโทรศัพท์มือถือแล้วก็มองไปรอบๆ แคนทีนเหมือนกำลังหาใคร
“มองหาซีวอนเหรอ?”
เขาถาม และทงเฮก็พยักหน้า
“ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เจอเลย ...ไม่โทรมาด้วย เมื่อเช้าก็ไม่เห็น มาเรียนรึเปล่าก็ไม่รู้ เพิ่งเปิดเทอมแบบนี้ไม่น่าจะขาดเรียนนี่นา”