[Fic] Hey! my boy (Level GEE!!) 22

posted on 16 Apr 2012 22:51 by mondaymaybe in Hey-my-boy-Level-GEE
Title: Hey! my boy (Level GEE!!) – part 22
Author: Mondaymay
Staring: Super Junior (12/9, 13/7)
Rating: PG-13
Genre: Yaoi, A/U, Romantic-Comady

Warning: นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการส่วนบุคคล และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์ระหว่างชายและชาย โดยการขอใช้ชื่อบุคคลและลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลที่มีอยู่จริง เพื่อเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่องเท่านั้น โดยไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหายทั้งสิ้น หากนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านไม่พึงประสงค์ ไม่ชอบ หรือรังเกียจ กรุณาปิดหน้านี้ลงเสียด้วยความสงบ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ ^^


.............................



ตอนที่ 22: คนที่ไม่อยากลืม



“ครับคุณพ่อ ...ครับ ...ผมเตรียมเอกสารไว้หมดแล้ว ทางโน้นบอกว่าพร้อมเมื่อไหร่ก็ไปรายงานตัวได้เลย ...ครับ เลขาของคุณพ่อเอามาให้แล้ว ขอบคุณมากครับ แล้วเจอกันที่บ้านนะครับ”
ซีวอนกดวางสายโทรศัพท์มือถือตอนที่เดินมาถึงหน้าร้านเบเกอรี่ที่ทงเฮทำงานอยู่พอดี เขามองคนตัวเล็กที่กำลังเสริฟขนมหวานให้ลูกค้าในร้านแล้วก็ถอนใจ

ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อคืนก่อน เขาก็ไม่ได้โทรหาทงเฮเลย เมื่อวานก็มัวไปจัดการเรื่องยุ่งๆ อยู่ เป็นครั้งแรกที่ซีวอนอาศัยอิทธิพลทางบ้านเพื่อทำเรื่องบางอย่าง เขาอยากให้มันเสร็จเรียบร้อยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และวันนี้ก็ตั้งใจจะมาหาเพื่อบอกให้ทงเฮรู้เป็นคนแรก ก้มลงมองเอกสารในมือแล้วเด็กหนุ่มถึงได้ถอนหายใจอีกครั้ง ...ทงเฮจะว่ายังไงบ้างนะ

“ชเวซีวอน!”
แต่เสียงเรียกที่คุ้นหูแต่ฟังดูห่างเหินนั้นทำให้เขาต้องหันหลัง ร่างสูงโปร่งที่ยืนห่างออกไปเพียงสามสี่ก้าวมองเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เรามีเรื่องต้องคุยกัน”



คยูฮยอนเดินนำแบบไม่เหลียวหลัง และไม่พูดอะไรในระหว่างนั้น ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่สวนสาธารณะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านเบเกอรี่นัก เขามองดูทายาทตระกูลชเวลดตัวลงนั่งบนม้านั่งยาว แล้วกอดอกมองหน้าเขานิ่งๆ ซีวอนมักจะใจเย็นแบบนี้เสมอไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด และความนิ่งแบบนี้แหละที่น่ากลัว เพราะคุณจะไม่มีวันรู้เลยว่าคนๆ นี้กำลังคิดอะไรกันแน่

“เมื่อวานนายไปทำอะไรที่ชมรมบาส?” คยูฮยอนเริ่มตั้งคำถาม และคนถูกถามก็ถอนหายใจยาว
“ถ้านายรู้ก็แสดงว่ามีคนเล่าให้ฟัง เขาไม่ได้เล่ารึว่าฉันไปทำไม”
“แต่ฉันอยากฟังจากปากนายมากกว่า เห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเรา บอกฉันมาตามตรงเถอะ ว่านายไปทำอะไรที่นั่น”
แต่ซีวอนเลือกที่จะเบือนหน้าหนี
“นายไม่จำเป็นต้องรู้”
“แต่ฉันต้องรู้ซีวอน! ถ้าเป็นเรื่องอื่นฉันจะไม่คาดคั้นนาย แต่เรื่องนี้สำคัญมาก นายไปทำอะไรที่นั่น!”
“นายก็ไปถามเพื่อนนายสิ หึ! หมอนั่นคงอยากเล่าว่าเอาชนะฉันได้ยังไงบ้าง!”
“ถ้านายหมายถึงคิบอม งั้นก็รู้ไว้เลยนะ เขาถูกทำร้าย ตอนนี้ยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาลโน่น!”
“ว่าไงนะ!”
“เมื่อวานตอนเย็น คิบอมถูกตีหัวทั้งที่ยังอยู่ในชุดซ้อม วันนี้อาจารย์ก็เลยเรียกคนที่เกี่ยวข้องไปสอบสวน ยามหน้าประตูบอกว่าเขาเห็นนายออกไปเป็นคนสุดท้าย ก่อนจะไปเจอคิบอมนอนสลบอยู่”
ซีวอนดูจะอึ้งไปเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเรื่องที่มีคนเห็นเขา แต่เป็นเรื่องที่คิบอมถูกทำร้ายต่างหาก แต่สุดท้ายเขาก็ตีสีหน้าเรียบเฉย
“งั้นที่นายมาถาม เพราะคิดว่าฉันเป็นคนทำใช่มั้ย”
“ฉันรู้ว่านายไม่ได้ทำ ชเวซีวอนที่ฉันรู้จักเป็นคนจริง เขาไม่ลอบทำร้ายใครข้างหลัง ต่อให้เกลียดขี้หน้าหมอนั่นมากแค่ไหน นายก็ไม่มีทางทำร้ายคนด้วยวิธีสกปรกแบบนี้แน่”
คยูฮยอนจ้องหน้าเขาตรงๆ ซีวอนรู้ว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่คยูฮยอนจะต้องแกล้งทำเป็นเชื่อใจเขา แต่กระนั้นก็ยังเหยียดยิ้ม
“แต่ถ้าหมอนั่นไม่อยู่ซักคน ทงเฮก็จะมีแค่ฉัน บางที... ฉันอาจจะจัดการหมอนั่นไปซะให้รู้แล้วรู้รอด นายไม่คิดแบบนั้นมั่งเหรอ?”
คยูฮยอนกัดฟันแน่น
“นายไม่ทำหรอก ฉันรู้”
ซีวอนยักไหล่ในที่สุด
“งั้นนายก็ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าฉันไปทำอะไรที่นั่น ...ถ้านายมั่นใจขนาดนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องรู้”


.
.
.
.
.


“ช้าๆ ก็ได้ซองมิน ฉันตามไม่ทันแล้ว”
เสียงทงเฮโอดครวญมาตามทางเดินขณะที่ถูกเพื่อนร่วมคณะดึงข้อมือให้ต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามมา อุตส่าห์ไปนั่งรอเขาตั้งแต่บ่ายจนเลิกงานเพื่อจะชวนมาเยี่ยมคิบอมที่โรงพยาบาลนี่ เมื่อวานตอนที่มาครั้งแรกก็ถูกคยูฮยอนลาก นี่ขนาดมากับซองมินก็ยังโดนดึงอีก ทำไมชีวิตลีทงเฮถึงต้องถูกใครต่อใครคอยชักจูงแบบนี้ด้วยนะ
“ทงเฮเนี่ยต้องหัดออกกำลังกายบ้างนะ ดูสิ แค่เดินเร็วนิดหน่อยก็เหนื่อยแล้ว”
คนเดินตามถึงกับหยุดกึก ประโยคแบบนี้มันคุ้นๆ เหมือนเขาเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนรึเปล่านะ?
“เป็นอะไรไป?” ซองมินที่เห็นอาการผิดปกติของเพื่อนจนต้องหยุดเดินไปด้วย ขยับข้อมือเขาแล้วถามเบาๆ แต่ทงเฮก็ส่ายหน้า
“ม.. ไม่มีอะไร”



“สวัสดีฮะคุณป้า~”
“อ้าว ว่าไงจ๊ะซองมิน โอ๊ะ! ทงเฮก็มาด้วยเหรอจ๊ะ” คุณแม่ของคิบอมส่งยิ้มใจดีต้อนรับสองหนุ่มน้อยที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาในห้องพักคนป่วย ทงเฮโค้มศีรษะแล้วยังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าประตู ขณะที่ซองมินรีบวิ่งเข้ามาเกาะขอบเตียง
“เป็นไงมั่งคิบอม?”
“อื้อ” คนเจ็บที่ตอนนี้นั่งพิงหลังอยู่กับพนักหัวเตียงตอบห้วนๆ ท่าทางเหมือนกำลังขัดใจอะไรซักอย่าง
“ป้ากำลังจะเช็ดตัวให้เขา แต่พ่อตัวโตเขาไม่ยอมล่ะ ดื้อจริงๆ เลย”
“ผมโตแล้วนะครับแม่ อีกอย่าง ผมไม่ได้เป็นอะไรมากซักหน่อย อาบน้ำเองก็ได้”
“ก็หมอเขาบอกว่าอย่าเพิ่งให้แผลโดนน้ำ แค่เช็ดตัวก็พอแล้ว ไม่อยากให้แม่ทำเดี๋ยวแม่ไปตามพยาบาลสาวๆ สวยๆ มาช่วยเช็ดให้ก็ได้เอามั้ย?”
“โธ่.. แม่ก็”
“งั้น... ให้พวกเราช่วยนะฮะ” ซองมินรับอาสาแล้วหันไปส่งยิ้มหวานให้คนเจ็บ “ดีมั้ยคิบอม เดี๋ยวพวกเราเช็ดตัวให้นายเอง จะได้ไม่ต้องกวนคุณแม่”
แต่ท่าทางคนตัวโตก็ยังไม่ค่อยเต็มใจนัก เขามองหน้าเพื่อนแล้วก็มองหน้าแม่ ก่อนจะพยักหน้าแกนๆ
“...ตามใจ”


คนรับอาสารีบกุลีกุจอไปรับผ้าขนหนูจากมือคุณป้ามาชุบน้ำแล้วบิดจนหมาด ยังไม่ลืมจะหันไปเรียกคนที่ยืนมึนๆ อยู่หน้าประตู“มาช่วยกันหน่อยสิทงเฮ”
“หะ.. ห๊ะ?! ฉันเหรอ”
“ก็ใช่สิ ...เออจริงสิ คุณป้าฮะ คยูฮยอนบอกว่าเย็นนี้จะแวะมา ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมว่าเราไปหาซื้อของกินมาเตรียมไว้ดีมั้ยฮะ เย็นนี้จะได้ทานข้าวเป็นเพื่อนคิบอมกัน”
“อืม.. ก็ดีนะจ๊ะ พ่อตัวโตเขาจะได้ไม่เหงา”
“งั้นฉันฝากด้วยนะทงเฮ”
“หะ.. ห๊ะ?!”
ซองมินรีบยัดผ้าขนหนูใส่มือเพื่อนแล้วส่งยิ้มหวานสกัด
“ฉันออกไปซื้อของกับคุณป้า แล้วจะรีบกลับนะ”
“เฮ้ย... เดี๋ยวก่อนสิ!”
“ป้าฝากด้วยนะจ๊ะ”
ยิ่งคุณป้าใจดีออกปากด้วยแล้ว คนสำนึกบุญคุณก็จนปัญญาจะบ่ายเบี่ยงได้

ทงเฮทำหน้าบึ้งอย่างไม่ปิดบัง ในใจน่ะนึกเคืองซองมินขึ้นมาตะหงิดๆ ไหนบอกแค่ชวนมาเป็นเพื่อน ทิ้งเขาให้อยู่กับยักษ์ป่วยตามลำพังซะอย่างนั้น
“ถ้านายไม่อยากทำก็ไม่ต้องก็ได้นะ ฉันอาบน้ำเองก็ได้”
คนเจ็บว่าอย่างนั้นแล้วก็ทำท่าว่าจะลุกขึ้นจริงๆ ทงเฮถึงได้รีบดึงแขนเสื้อเขาเอาไว้
“แต่คุณป้าบอกว่าแผลนายจะโดนน้ำ”
“ฉันจะระวัง”
แต่ทงเฮก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ เขากัดปากแน่น ทำสีหน้าแบบที่คิบอมมองไม่ออกเลยว่ากำลังลำบากใจหรืออัดอึดใจกันแน่ แล้วสุดท้ายก็หันไปหยิบผ้าขนหนูในอ่างขึ้นมาบิดน้ำ
“ถอดเสื้อสิ”
“แต่ฉันว่า...”
“ฉันจะเช็ดตัวให้ นายถอดเสื้อออกสิ”
ทงเฮบอกอีกครั้ง แน่นอนว่าไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวโตซักนิด เสียงคิบอมถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะขยับหันมานั่งห้อยขาฝั่งที่ทงเฮยืนอยู่ เขาปลดกระดุมเสื้อของโรงพยาบาลออกจนหมดแต่ไม่ได้ถอดเสื้อออก แล้วนั่งมองคนที่บอกว่าจะเช็ดตัวให้เขาอยู่นิ่งๆ

ทงเฮยังคงก้มหน้างุด ตอนที่เช็ดแขนข้างซ้ายให้เขา หลังจากนั้นคิบอมถึงได้ส่งแขนอีกข้างให้ ทั้งคนเจ็บและคนเช็ดตัวต่างไม่ได้คุยอะไรกัน จนกระทั่งทงเฮเริ่มขยับมาเช็ดที่ลำคอและแผงอกแข็งแรง ร่างสูงใหญ่ถึงได้ขยับโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย
“...หอมจัง”
“ห.. ห๊ะ?” ทงเฮหยุดมือแล้วเงยหน้าขึ้นมอง เห็นคนพูดทำจมูกฟุดฟิดอยู่แถวๆ ไรผมและคอเสื้อของเขา
“ตัวนายหอมจัง กลิ่นเหมือน... เหมือนขนมหวาน ...เหมือนสตอเบอรี่ครีมชีส”
“จริงเหรอ?” คนตัวเล็กรีบดึงคอเสื้อตัวเองขึ้นมาดม หรือว่ากลิ่นขนมที่ร้านจะติดมา “ก็ไม่... นี่”
แต่พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าคมเข้มก็ประชิดเข้ามาจนใกล้ ปลายจมูกของทั้งคู่สัมผัสกันเบาๆ แบบที่ทงเฮไม่ทันได้ตั้งตัว
“เฮ้ย!”

พลั่ก!

“โอ๊ย!”

อารามตกใจทำให้เขาผลักคนเจ็บจนแทบหงายหลัง
“เฮ้ย! ขอโทษๆ” แต่ผลักเองแล้วก็ต้องเข้าไปดึงตัวโตๆ ให้ลุกขึ้นเอง เมื่อกี้ลืมตัวผลักซะเต็มแรง ดีที่ไม่หงายท้องหัวไปฟาดอะไรเข้า ไม่งั้นเกิดความจำเสื่อมถาวรขึ้นมา คยูฮยอนคงบีบคอเขาตายแน่

คิบอมมองคนตัวเล็กที่ดูจะตกอกตกใจเพียงแค่เขาหงายหลังไปเล็กน้อย ซักพักก็ทำหน้ามุ่ยเหมือนจะหงุดหงิดตัวเอง ใบหน้าใสๆ แดงเรื่อขึ้นมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว แต่เจ้าตัวยังไม่รู้ อาการสับสนในตัวเองแบบน่ารักๆ อย่างนี้ทำให้คนเจ็บอมยิ้ม
“นายเนี่ย ...ขี้อายจังนะ”



สาบเสื้อคนเจ็บถูกแยกออกเสียจนกว้างตอนที่ทงเฮกลับมาตั้งอกตั้งใจเช็ดตัวบริเวณแผงอกให้ มือเล็กๆ ขาวใสช่างตัดกับสีผิวเข้มคร้ามแดด มันแลดูบอบบางและน่าทะนุถนอม แต่คิบอมก็ต้องอมยิ้มกับแรงมือที่แทบจะเรียกได้ว่ากำลัง ‘ขัด’ แผ่นอกเขายังกับกำลังนวดแป้งทำขนม
“...นายนี่มือหนักจัง”
“ก็ฉันทำงานมาตั้งแต่เด็กๆ จะให้มือเบาเป็นลูกคุณหนูอยู่ได้ยังไง”
“ทำงาน... จริงด้วย เห็นคยูฮยอนบอกว่านายทำงานพิเศษที่ร้านเบเกอรี่”
“......”
“ฉันเคยไปที่ร้านนั้นรึเปล่า? หมายถึง... ช่วงที่ฉันจำไม่ได้น่ะ”
“ก็.. อืม”
“ว่าแล้วเชียว ฉันชอบขนมหวานมากนะ ไม่น่าพลาด”
พอพูดถึงเรื่องที่ตัวเองชอบ คิบอมก็ดูจะตื่นเต้นขึ้นมานิดหน่อย ขณะที่คนพูดน้อยเพียงแค่ทำปากยื่น พยักหน้าน้อยๆ เหมือนจะย้อนถามว่า ‘อ๋อเหรอ?’
“จริงสิ! ฉันเจอนายที่นั่นใช่มั้ย?”
“ก็... คงงั้นมั้ง”
“ทำไมต้อง ‘มั้ง’ ใช่ก็ใช่ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่สิ”
“ก็ฉันจำไม่ได้นี่”
“ตกลงว่าฉันความจำเสื่อม หรือนายกันแน่? โอ๊ะ!”
คนเจ็บต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อถูกผ้าขนหนูถูแผ่นอกจนแดงเป็นแถบ และคนเช็ดตัวก็ไม่มีทีท่าว่าจะออมมือเลยซักนิด แค่แหย่นิดเดียวก็ทำให้เขาเจ็บตัวได้ขนาดนี้แล้ว
“ท่าทางนาย... ไม่ค่อยชอบฉันเลย” คนตัวโตทำเสียงละห้อย “ฉันคง... เคยทำอะไรให้นายไม่พอใจ”

ทงเฮเงยหน้าขาวๆ ขึ้นมองคนตัวสูงกว่า ฟันคมๆ กัดปากตัวเองแน่นจนขึ้นสีจัด ความจริงแล้วเรื่องทั้งหมดก็เกิดขึ้นเพราะตายักษ์ตรงหน้าเนี่ยแหละ ยังมีหน้ามาความจำเสื่อม ไม่รับรู้อะไรอีก คยูฮยอนอยากให้หมอนี่จำได้มากนักใช่มั้ย? ดีล่ะ!

“ก็เพราะนายน่ะชอบแกล้งฉัน!” ทงเฮทิ้งผ้าลงกับอ่างน้ำแล้วหันมากอดอกจ้องหน้าเอาเรื่องกับคนเจ็บ “นายรวมหัวกับคยูฮยอนเอาลู