[Fic] Dark Melody - Chapter 4.1

posted on 13 Mar 2012 22:18 by mondaymaybe in Dark-Melody
Title: Dark Melody - Chapter 4.1
Paring: Jay Kim x Kim Heechul
Rating: PG-13
Genre: Yaoi, A/U, Horror

Warning: นิยาย เรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการส่วนบุคคล และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์ระหว่างชายและชาย ตัวละคร รวมทั้งสถานที่ต่างๆ ที่อยู่ในเรื่อง เป็นเพียงการสมมุติขึ้นเพื่อเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่อง โดยไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหายทั้งสิ้น หากนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านไม่พึงประสงค์ ไม่ชอบ หรือรังเกียจ กรุณาปิดหน้านี้ลงเสียด้วยความสงบ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ ^^


..................



ตอน: นัดบอด
ตอนที่ 1




เธอยิ้มเขินอายอยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนที่เธอคิดว่ามันทำให้เธอดูสวยที่สุด แต่ละก้าวย่างแม้จะแลดูมั่นใจ แต่แท้จริงแล้วก็ยังอดประหม่าไม่ได้ ...ครั้งแรกเชียวนะ ...กับนัดครั้งนี้

ฝ่ายนั้นจะเป็นยังไงบ้าง... จะเขินอาย... จะตื่นเต้นและประหม่าเช่นเดียวกับเธอรึเปล่า?

หญิงสาวแย้มยิ้มกว้างเสียจนต้องยกมือขึ้นปิดริมฝีปากแล้วก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนดวงหน้าที่น่าจะเรื่อสีแดงของเธอไว้ ด้วยเกรงว่าผู้คนแปลกหน้ามากมายที่อยู่รอบข้างจะมองว่าเธอผิดปกติ

กระทั่งชายคนหนึ่งแทรกตัวขึ้นมายืนข้างเธอที่ริมถนน เขาหยุดอยู่เพียงครู่ก่อนจะก้าวล้ำหน้าเธอออกไป ...สัญญาณไฟคนข้ามคงเป็นสีเขียวแล้ว หญิงสาวไม่รอช้า... ความสุขเล็กๆ กำลังรอคอยเธออยู่อีกฝากฝั่งหนึ่งของถนนนั้น

...รอก่อนนะคะ ...คิมจองโม



.

.

.
 


เมี้ยววว~~

“อ๊า...! เจ้าฮีบอม ข่วนฉันอีกแล้วนะ!~”
เด็กหนุ่มโวยวายเสียจนลั่นห้องซ้อม พลางแยกเขี้ยวใส่เจ้าแมวดำตัวแสบที่เพิ่งจะลับเล็บกับหลังมือเขาไปหมาดๆ เห็นว่าเพิ่งหายบาดเจ็บ ท่าทางก็ดูเหมือนจะเชื่องๆ ที่ไหนได้... พอเผลอไปเล่นด้วยหน่อย ก็ออกฤทธิ์อีกจนได้
“ฮีนิมจะเอามันกลับมาทำไมไม่รู้ ทิ้งไว้ที่สถานสงเคราะห์ก็ดีอยู่แล้ว!”
เจ้าของแมวที่พักงานไปเสียหลายวัน และเพิ่งจะกลับมาเข้าห้องซ้อมได้วันนี้ ยักไหล่ไม่ยี่หร่ะ
“ถามพี่เจย์ของพวกนายดูสิ”
ชายหนุ่มที่ถูกพาดพิงหันมาเลิกคิ้ว ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มนิ่งๆ แทนคำตอบตามสไตล์คนพูดน้อย

ส่วนคนที่เอ่ยชื่อเขาก็ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะคว้าตัวเจ้าฮีบอมขึ้นมาอุ้มไว้เอง

แน่ล่ะว่าก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ได้ถาม ทั้งที่ตอนแรกเจย์ยืนยันว่าจะเอาเจ้าฮีบอมไปทิ้งเสียให้ได้ และมันก็ถูกพาไปที่สถานสงเคราะห์จริงๆ แต่หลังจากนั้นเพียงวันเดียว พอเขาตื่นขึ้นมาตอนเช้า กรงเจ้าฮีบอมก็กลับมาตั้งอยู่ที่เดิมแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นเจย์ก็ยังไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้มัน เจ้าฮีบอมต้องอยู่ในสายตาเจย์ตลอดเวลาแม้กระทั่งเวลานอน เป็นอย่างนั้นอยู่ร่วมอาทิตย์จนกระทั่งเมื่อวาน เจย์ถึงได้ยอมให้เขาอุ้มมัน พร้อมกับกำชับนักหนา ว่าถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก เจ้าฮีบอมต้องระเห็จไปอยู่สถานสงเคราะห์แบบถาวรแน่นอน


“ฮะๆๆ มันคงคิดถึงนายมากน่ะ ไม่เจอกันตั้งเป็นเดือน เลยข่วนให้หายคิดถึง แสดงว่ามันชอบนายมากนะเนี่ย”
“บ้ารึไงพี่จองชิน! ชอบแล้วข่วนเอาข่วนเอาแบบเนี้ย ฮีนิมอยู่กับมันทั้งวันทั้งคืน ป่านนี้ตัวไม่ลายพร้อยหมดแล้วเรอะ!”
“ก็ไม่นี่ เจ้านี่ชอบเจย์มากกว่าฉันซะอีก”
“ใช่เหรอ?” ผู้จัดการหนุ่มย่นคิ้วไม่เห็นด้วย “เพราะนายชอบปล่อยมันเพ่นพ่านนอกกรงไม่ใช่รึไง มันถึงชอบเข้าไปแอบนอนในห้องฉันอยู่เรื่อย”
“ก็มันไม่อยากนอนกับฉันนี่ เจ้านี่เป็นผู้หญิง นายก็รู้”
“อ๊ายยย! หน้าไม่อายเลยนะเรา” มินฮวานได้ทีก็เอานิ้วเล็กๆ จิ้มกลางหน้าผากของเจ้าแมวดำด้วยความหมั่นไส้ “ชอบแอบเข้าไปนอนในห้องผู้ชายเนี่ย”

แง้ว~~

ฟึ่บ!

“แว๊กกก!” แล้วก็ถูกมันเอาคืนในทันทีเหมือนกัน “เจ้าตัวแสบ ข่วนฉันอีกแล้วนะ!~”

มีเสียงหัวเราะตามมาอีกระลอกใหญ่หลังจากนั้น ก่อนจะถูกขัดด้วยเสียงที่ดังกว่า


ปัง!!


“ฮึ่ย! เซ็งชะมัด!”


เสียงกระแทกปิดประตูห้องพร้อมกับเสียงบ่นทำให้ทุกชีวิตในห้องซ้อมหันไปมอง เด็กหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามาด้วยสีหน้าหงุดหงิดในทีแรก รีบผงกหัวทันทีที่เห็นว่ามีคนอื่นนอกจากสมาชิกในวงแบ็คอัพของตัวเองอยู่ในห้องนั้นด้วย
“โอ๊ะ! ขอโทษครับฮีนิม พี่เจย์ ผมไม่เห็นว่าพวกพี่มา”
เจย์พยักหน้าในขณะที่ฮีชอลหันมามองเพียงแค่แว่บเดียว แล้วก็หันไปเล่นกับเจ้าฮีบอมต่อ

จองโมเดินเข้ามารวมกลุ่มกับคนอื่นๆ ที่มุมห้อง หน้าตาบูดบึ้งด้วยความเซ็งโดยไม่คิดจะปิดบังจนจองชินอดจะถามไม่ได้
“เป็นอะไรไปน่ะพี่ ท่าทางหงุดหงิดนะ”
“หรือว่าว่าที่คู่หมั้นไม่สวยถูกใจ เลยหัวเสีย?”
“ว่าที่คู่หมั้น?” เจย์ทวนคำแล้วมองหน้ามินฮวาน คิดว่าเจ้าตัวเล็กคงเล่นมุกตลกอะไรอีก
แต่มินฮวานกลับยิ้มกรุ้มกริ่ม
“วันนี้พี่จองโมเขามีนัดดูตัวน่ะฮะ กับคนที่แม่หามาให้”
“นัดบอดเหรอ?”
“ก็... ประมาณนั้นล่ะครับ” จองโมหันไปพยักหน้าให้ผู้จัดการหนุ่ม “เป็นคนบ้านเดียวกัน เห็นแม่บอกว่าเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ ได้ยินชื่อก็คุ้นๆ อยู่ แต่ผมจำหน้าไม่ได้แล้ว อยู่ดีๆ ก็บอกว่าจะให้แต่งงานกัน ขนาดผมบอกว่าไม่ว่าง ยังอุตส่าห์ให้ฝ่ายโน้นเข้าโซลมาเพื่อจะดูตัว”
“แล้วไงฮะ? สวยไม่พอ ไม่ถูกใจพี่เหรอ?”
“ก็...!” กำลังจะตอบคำถามเจ้าตัวเล็ก ก็พอดีเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขัดขึ้นมา จองโมมองชื่อบนหน้าจอแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไปคุยให้ห่างจากคนอื่นๆ เล็กน้อย “จ๋าแม่?       ...จะเป็นยังไงล่ะ ก็ว่าที่ลูกสะใภ้แม่เขาไม่ยอมโผล่มาเลยน่ะสิ ให้รออยู่ได้ตั้งสองสามชั่วโมง        ...อะไรนะ?! อาจจะติดธุระ? เฮอะ! ธุระอะไรจะมาสำคัญกว่านัดดูตัว เบอร์โทรก็ให้ไปแล้ว ติดขัดตรงไหนก็น่าจะโทรมาบอก ถ้ารู้ว่าไม่ว่างก็ไม่น่านัดมานี่นา        ...ไม่เอาแล้วแม่! ไม่ต้องนัดแล้วนะ แค่นี้นะ ต้องทำงานแล้ว”

กดตัดสายด้วยความหัวเสียเล็กน้อย พอหันกลับมาที่กลุ่มสนทนาอีกที จองโมก็เห็นว่าคนอื่นๆ กำลังมองมา และคงได้ยินที่เขาพูดเมื่อกี้ไปหมดแล้ว เด็กหนุ่มยักไหล่อย่างจนใจ
“ก็... อย่างที่ได้ยินนั่นแหละ”
“หวายยย... พี่จองโมถูกเบี้ยวนัด แสดงว่าสาวเจ้าไม่อยากแต่งงานด้วยแน่ๆ ...โอ๊ย!”
“ตลกมากรึไงมินฮวาน!” เสียงหัวเราะแหลมเล็กถูกขัดไว้ด้วยเสียงข้อนิ้วของพี่คนกลางของวงที่เขกเข้ากลางหัวกลมๆ อย่างไม่ออมแรง ก่อนจะหันไปหารุ่นพี่ “...แล้วฝ่ายนั้นเขาไม่โทรมาบอกอะไรเลยเหรอ? พี่บอกว่าเขาเพิ่งเคยเข้าโซล อาจจะหลงทางอยู่ก็ได้”
“คง... ไม่หรอกมั้ง” จองโมเองก็ดูท่าทางไม่แน่ใจนัก แต่สุดท้ายเขาก็ส่ายหน้า “ช่างเถอะ! จะทำอะไรอยู่ก็ช่าง แต่ปล่อยให้รอตั้งหลายชั่วโมงแบบนี้ เสียมารยาทชะมัด!”

ไม่มีคอมเม้นท์อะไรจากคนอื่นๆ อีก ฮีชอลลูบขนเจ้าแมวดำที่ทำท่าเหมือนจะเคลิ้มหลับอยู่บนตักของเขา แล้วจู่ๆ มันก็ผงกหัวขึ้น

เมี้ยว~~

“ชู่ววว...” เขาแตะนิ้วกับริมฝีปากเพื่อเตือนให้มันเงียบ เจ้าฮีบอมถึงได้นอนหมอบลงตามเดิม ชายหนุ่มลูบหัวมันแล้วพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบของคนทั้งห้อง

“บางที... เธออาจจะไม่ตั้งใจผิดนัดก็ได้นะ”



.

.

.



ฟุ่บ!


“นี่เจ้าเหมียว!” เจย์ได้แต่กางมือออกอย่างจนใจ เพราะเจ้าสัตว์เลี้ยงแสนรักของนักร้องหนุ่มเล่นโดดแผล็วตัดหน้าเขาเข้าไปในห้องทันทีที่ประตูเปิดออก ชายหนุ่มหันมาทำหน้าอ่อนใจใส่ร่างโปร่งบางที่แทนที่จะตำหนิติติงเจ้าตัวดี กลับทำไม่รู้ไม่ชี้เดินเข้าห้องนั่งเล่นไปเปิดทีวีดูซะอย่างนั้น “นายน่าจะสอนมันบ้าง นี่มันห้องนอนฉันนะ”
เจ้าของแมวยักไหล่หน้าตาเฉย
“นายเองไม่ใช่เหรอที่พามันเข้าไปนอนด้วยตั้งแต่แรก ฉันก็นึกว่านายชอบมันมาก”
เจย์ท้าวสะเอวแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“นั่นมันช่วงเฝ้าระวัง ฉันต้องแน่ใจว่าเจ้าฮีบอมจะไม่ก่อเรื่องเวลาที่อยู่กับนาย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่”
“แล้วนายได้อธิบายให้มันฟังรึเปล่าล่ะ?”
“ฮีชอล...”
พอถูกทำเสียงเย็นใส่ นักร้องหนุ่มก็กรอกตาแสร้งทำว่าเซ็ง
“ฮีบอม~ ออกมานี่เถอะ”

เมี้ยว~~

เจ้าแมวดำรีบวิ่งออกมาตามเสียงเรียก ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนตักเจ้าของอย่างรู้หน้าที่ ฮีชอลลูบหัวระหว่างที่มันมองหน้าเขาอย่างไร้เดียงสา

“ต่อไปนี้ห้ามเข้าห้องผู้จัดการโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกนะ ห้องนั้นฉันเข้าได้คนเดียว จำเอาไว้”

เมี้ยว~~

ชายหนุ่มได้ฟังแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า

...ระอาทั้งคนทั้งแมวเสียจริงๆ



.

.

.



เด็กหนุ่มไขกุญแจประตูแล้วสะบัดรองเท้าผ้าใบไปคนละทิศละทาง ก่อนจะเดินเข้าห้องเช่าบนชั้นสามของอพาร์ทเม้นท์เก่าๆ ไปด้วยความเซ็ง เขาวางกระเป๋ากีตาร์ไว้ข้างโต๊ะหนังสือแล้วเหวี่ยงกระเป๋าสะพายขึ้นไปบนเตียง ก่อนจะตามไปล้มตัวลงนอนเหยียดแขนขาแล้วถอนหายใจเสียแทบหมดปอด

“...ลีนายอน” จองโมมองฝ้าเพดานแล้วพึมพำออกมาเบาๆ อย่างไม่ตั้งใจ มันเป็นชื่อที่ติดหูเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่แม่บอก คงเป็นเพราะชีวิตในวัยเด็กไม่มีเรื่องอะไรให้จดจำมากนัก หมู่บ้านเล็กๆ ในต่างจังหวัดแบบนั้น แค่จำชื่อหมู่บ้านยังไม่ได้ด้วยซ้ำ จำชื่อเพื่อนเล่นสมัยเด็กได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว

เพื่อนเล่นสมัยเด็ก...?

จะว่าไป... ตอนเด็กๆ เขาอาจจะเคยรังแกยัยนั่นไว้ก็ได้ ...คิดจะเอาคืนล่ะสิ ถึงได้เบี้ยวนัดดูตัว!

อุตส่าห์ตื่นเต้นมาเป็นอาทิตย์ตั้งแต่ที่แม่บอกว่าหาเจ้าสาวไว้ให้แล้ว ถ้าไม่กลับบ้านก็จะให้ฝ่ายหญิงเข้าเมืองมาเพื่อดูตัว (ซึ่งจะดูไปทำไมก็ไม่รู้ ยังไงแม่ก็คงบังคับให้เขาต้องแต่งงานอยู่ดี)

ถ้ารู้ว่าพอถึงเวลาแล้วยัยนั่นจะเบี้ยวนัดแบบนี้ ไม่ตื่นเต้นให้เสียความรู้สึกหรอก!

“ชิ!”
  

กรุ๊งกริ๊ง~  กรุ๊งกริ๊ง~

ลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ ทำให้กระดิ่งเล็กๆ ส่งเสียงเบาๆ จองโมหันไปมองที่กระเป๋าใส่กีตาร์ของตัวเองที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นนั่ง พวงกุญแจกีต้าร์จิ๋วที่เขาห้อยมันไว้กับซิปกระเป๋ากำลังสั่นน้อยๆ มันเป็นพวงกุญแจทำมือที่ทำจากแป้งปั้น ประณีตถึงขนาดมีสายกีตาร์ให้ด้วย แม่ส่งพัสดุมาให้เขาเมื่ออาทิตย์ก่อน (หลังจากที่โทรมาไซโคเขาเรื่องงานหมั้นแล้วนั่นแหละ) คิดอยู่เหมือนกันว่ามันจะสำคัญแค่ไหน แม่ถึงต้องส่งมาให้ แต่เขาก็มีพวงกุญแจสำหรับกุญแจบ้านอยู่แล้ว ก็เลยเอามาห้อยไว้ที่ซิปกระเป๋ากีตาร์แทน

“หนาวแฮะ” จู่ๆ ก็รู้สึกอย่างนั้น จองโมหันไปมองบานหน้าต่าง สงสัยเมื่อเช้าจะลืมปิดก่อนออกไป เขาลุกขึ้นเดินไปปิดมันแล้วเดินกลับมาหยิบผ้าเช็ดตัวที่แขวนอยู่ที่ราวข้างตู้เสื้อผ้าขึ้นมาคาดเอวไว้ ตั้งใจจะอาบน้ำก่อนที่อากาศจะเย็นไปกว่านี้ แต่พอจะปลดกระดุมกางเกงยีนส์แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าโทรศัพท์มือถือยังอยู่ในกระเป๋าหลัง

เด็กหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากะจะวางมันไว้บนโต๊ะ แต่แล้วก็ยั้งมือไว้

“...แล้วฝ่ายนั้นเขาไม่โทรมาบอกอะไรเลยเหรอ? พี่บอกว่าเขาเพิ่งเคยเข้าโซล อาจจะหลงทางอยู่ก็ได้”

“ทำไมไม่โทรมา... หรือว่าจะทำเบอร์หายนะ...?” จองโมมองหน้าจอมือถือแล้วก็พึมพำเบาๆ 

แต่เพียงครู่หนึ่งหลังจากนั้น เด็กหนุ่มก็ส่ายหน้าเหมือนจะสลัดความคิด เขาตัดใจวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะแล้วถอดเสื้อผ้าออก ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป


หน้าต่างปิดอยู่ ...ไม่มีลมพัดเข้ามาในห้องหลังจากนั้น แต่บางสิ่งบางอย่างกำลังสั่นไหวโดยที่จองโมไม่อาจได้ยิน...


กรุ๊งกริ๊ง~  กรุ๊งกริ๊ง~



.

.

.



บ่ายสามโมงกว่าๆ แล้วตอนที่เจ้าตัวเล็กเดินผิวปากอารมณ์ดีออกมาจากลิฟท์ ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งกระโดดไปตามทางเดินบนชั้นสี่ของตึกซึ่งตรงไปสู่ห้องซ้อมประจำของพวกเขา

วันนี้ชั่วโมงเรียนสุดท้ายถูกงด เป็นเรื่องน่าดีใจสุดๆ แบบที่เทอมนึงจะมีซักครั้ง แต่แทนที่จะไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ มินฮวานกลับรีบตรงมาที่ห้องซ้อม ซึ่งปกติแล้วเขาจะมาถึงเป็นคนสุดท้ายเสมอ วันนี้พี่ๆ ต้องแปลกใจแน่ๆ ที่เห็นเขานั่งรออยู่ในห้องซ้อมก่อนใครเพื่อน แค่คิดก็สนุกแล้ว

มินฮวานเดินยิ้มคนเดียวมาจนเกือบจะถึงห้องซ้อม ก่อนที่ขาสั้นๆ จะหยุดชะงัก เมื่อแว่บเห็นเงาร่างแบบบางกับผมดำยาวเดินหายเข้าไปในห้อง
“วันนี้ฮีนิมมาเร็วจังแฮะ” เจ้าตัวเล็กพึมพำแล้วก็ทำหน้ามุ่ย ผิดหวังนิดหน่อย ถูกตัดหน้าแบบนี้ แผนเซอร์ไพรซ์ของเขาก็ไม่สนุกแล้วน่ะสิ

แต่แล้วสมองน้อยๆ ก็ผลิตเรื่องสนุกขึ้นมาให้ใหม่ ...เวลาฮีนิมตกใจจะทำหน้ายังไงนะ?

มินฮวานยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วรีบวิ่งไปแตะบานประตูก่อนที่มันจะปิด เขานับในใจ ...หนึ่ง! ...สอง!
 

“จ๊ะเอ๋ฮีนิม!”


...


...เงียบสนิท


...


“เอ่อ...!” นัยน์ตาเล็กๆ กรอกไปทางซ้ายที ทางขวาทีอย่างช้าๆ เพื่อมองไปรอบๆ ห้อง เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นตามไรผมข้างขมับ

ไม่เห็นมีใครอยู่เลย...!

แล้วคนผมยาวๆ ที่เขาเห็นเมื่อกี้นี้... ใครกันล่ะ?!


เจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้หน้าขาวซีด ค่อยๆ ก้าวขาสั่นๆ ถอยหลังออกจากห้องไปอย่างช้าๆ

หนึ่งก้าว... สองก้าว...
 
 
พลั่ก!

 
 
“แว๊กกกกก!! ผมขอโทษ! ผมขอโทดดดด! จะไม่เล่นแบบนี้อีกแล้ว ว๊ากกกก!!”

“นี่มินฮวาน! มินฮวาน!”
“ว๊ากกกก!!”
“เฮ้ยมินฮวาน!” เสียงตวาดลั่นพร้อมแรงเขย่าจนตัวเล็กๆ หัวสั่นหัวคลอน ทำให้เด็กหนุ่มที่กำลังหลับหูหลับตาโวยวาย กลับมีสติขึ้นมาได้ “สงบสติอารมณ์หน่อยดิเฮ้ย!”

เด็กหนุ่มเบิกตาโตๆ จ้องหน้าร่างสูงโย่งที่กำลังทำตาดุใส่เขา
“พี่จองชิน...” ก่อนจะถลาเข้ากอดเอวเสียจนแน่น “พี่จองชิน! ช่วยด้วย! ช่วยผมด้วยนะ!”
“อะไรของนาย?”
“นะ.. นั่นน่ะ! ในห้อง”
“อะไร?” จองชินผลักบานประตูออกแล้วชะโงกหน้าเข้าไปมองในห้องซ้อม “...ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่นา”
“ก็เพราะมันไม่มีน่ะสิ!”
“เอ๊า! แล้วนายจะแหกปากทำไม?”
“ก็เมื่อกี้...!”
“เอะอะอะไรกัน เสียงดังไปถึงห้องน้ำโน่น”
“อ้าวพี่จองโม” จองชินแกะมือเล็กๆ ที่กอดเอวตัวเองไว้อย่างทุลักทุเล แล้วหันมาสนใจพี่คนโตของวงที่เพิ่งเดินมาสมทบ “มานานแล้วเหรอ?”
“ซักพักแล้ว เพิ่งจะเอากระเป๋าไปเก็บแล้วก็ไปเข้าห้องน้ำเนี่ยแหละ ว่าแต่เสียงดังอะไรกัน?”
“ก็เจ้ามินฮวานเนี่ยสิ” จองชินพยักหน้าไปทางคนน้อง แล้วเจ้าตัวเล็กก็รีบปรี่เข้าไปเกาะแขนพี่คนโตไว้
“พี่จองชิน! พี่เห็นฮีนิมรึเปล่า? ฮีนิมมาแล้วใช่มั้ย?”
“ไม่นะ ฉันมาถึงห้องซ้อมก็ยังไม่เห็นใครเลย”
“ห๊ะ?! งะ.. งั้นเมื่อกี้ที่ผมเห็น...”
เสียงจองชินหัวเราะในลำคอเบาๆ
“อะไรล่ะมินฮวาน? นายเล่นผีหลอกตัวเองอีกแล้วใช่มั้ย?”
“ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ! เมื่อกี้ผมเห็นคนผมยาวเดินเข้าไปในห้องก็นึกว่าเป็นฮีนิม แต่พอเข้าไปแล้ว... ก็ไม่เจอใครเลยอ้ะ!”
“นายตาฝาดน่ะสิ”
“ผมเห็นจริงๆ น้า~!”
“ตาฝาด!”
“พี่จองชินอ้ะ!”
“เพ้อเจ้อด้วย”
“พี่จองชินนนนน!”
“...โอ๊ยยยย!” ที่สุดแล้วพี่คนโตก็ทนไม่ไหว จองโมส่ายหัวระอาใจกับสงครามเล็กๆ ที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน แล้วหันหลังผลักประตูเข้าไปในห้อง ตอนนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่วางทิ้งไว้ในห้อง “อ๊า~~ โทรศัพท์ดังตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะเนี่ย”


เด็กหนุ่มมุ่ยหน้าเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรมา ก่อนจะกดรับ
“จ๋าแม่?      ...เฮ้อออ ผู้หญิงคนนั้นทำไมอีกล่ะ?     ...     ...   ...อะ ..อะไรนะ?      ...ดะ ..ได้ ...อือ ...เข้าใจแล้ว”

จองชินมองตามรุ่นพี่เข้ามาในห้อง เห็นสีหน้าแล้วก็รู้สึกผิดปกติ แต่เขาต้องจบศึกกับเจ้าตัวเล็กให้ได้ก่อน นิ้วยาวๆ เลยจิ้มหน้าผากของคนน้องเข้าให้จนหน้าหงาย ก่อนจะชิ่งตามรุ่นพี่เข้ามาในห้อง
“มีอะไรรึเปล่าพี่จองโม?”

เขาไม่มีทางลืมเลยว่า ใบหน้าของรุ่นพี่ร่วมวงในตอนนั้นซีดเผือดแค่ไหนตอนที่หันมา แล้วยังน้ำเสียงสั่นๆ ตอนที่บอกเขาอีก

“...ผู้หญิงคนนั้น ...ว่าที่คู่หมั้นฉัน...”



.

.

.



“อะไรนะ?! อุบัติเหตุงั้นเหรอ!”
ซึงฮวานดูจะกลายเป็นคนที่มีรีแอ็คชั่นกับเรื่องที่ได้ยินมากที่สุด เพราะถ้าไม่นับรวมจองชินกับมินฮวานที่รู้เรื่องอยู่ก่อนแล้ว เจย์ก็เพียงนิ่งฟังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ส่วนฮีชอลก็แค่ลูบขนเจ้าฮีบอมเล่น มองไม่ออกด้วยซ้ำว่าได้ยินเรื่องเมื่อครู่รึเปล่า

ว่าที่คู่หมั้นของจองโม... หญิงสาวที่กำลังจะมาเข้าพิธีดูตัว เกิดอุบัติเหตุขณะข้ามถนน ...เสียชีวิตในทันที

“โชคร้ายอะไรอย่างนี้...”
“พี่ซึงฮวาน ผมคงต้องกลับบ้านซักสามสี่วัน แม่อยากให้ผมไปร่วมงานศพเธอ”
“เอาเถอะฉันเข้าใจ ไปจัดการให้เรียบร้อย ถึงยังไงช่วงนี้ฮีนิมก็เก็บตัวอยู่”
“...นั่นสินะครับ” จองชินขัดขึ้นหลังจากที่นิ่งไปซักพัก เขาทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “ถึงยังไงช่วงนี้พวกเราก็คงไม่ต้องขึ้นเวที ถ้างั้น... ผมว่าผมไปร่วมงานศพเธอ แล้วก็ถือโอกาสไปเยี่ยมบ้านเกิดของพี่จองโมด้วยเลยดีกว่า”
“ไปเที่ยวเหรอ? ผมไปด้วยสิ”
“นายต้องเรียนไม่ใช่รึไง?”
“โหยพี่! วันศุกร์นี้วันหยุด จำไม่ได้รึไง ไปเย็นวันพฤหัสกลับวันอาทิตย์ก็ยังได้เลย”
“วางแผนซะเสร็จสรรพเลยนะนาย ทีเรื่องเที่ยวล่ะไวนัก! อย่าลืมสิ เราไปแสดงน้ำใจนะ ไม่ได้ไปสนุก”
“ผมรู้หรอกน่า...”


“ฉันไปได้รึเปล่า?”
“เห?!” คำถามนั้นทำให้ทั้งห้องอุทานขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน เพราะคนถามเป็นใครที่ไม่น่าเชื่อว่าจะตั้งใจฟังเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ
“อ่า...” แม้แต่ผู้จัดการหนุ่มยังรับมุกแทบไม่ทัน เขามองหน้าคนในความดูแลที่ดูเหมือนจะเอาจริง แล้วก็หยิบไอแพ็ดขึ้นมาเปิดดู “นายมีประชุมเรื่องแนวเพลงในอัลบั้มใหม่อาทิตย์หน้า ถ้าจะไปไหนช่วงสองสามวันนี้ก็คงไม่มีปัญหา”
“เย้~! งั้นฮีนิมก็ไปกับพวกเราได้ใช่มั้ยฮะ?”
“เจย์ก็ด้วย”
“เห?” มินฮวานทำตาโตแล้วมองหน้าผู้จัดการหนุ่มสลับกับนักร้องคนดังด้วยความสงสัย
แต่คงไม่เท่าเจ้าตัวที่หันมาเลิกคิ้วถามคนในความดูแล ...เขาบอกว่าจะไปด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
“ไม่ใช่รึไง? ก็นายบอกเองว่าฉันต้องอยู่ในสายตานายเสมอ ฉันไปไหนนายก็ต้องไปด้วยสิ”
“งี้ดดดด~~” ต่อมจิ้นของเจ้าตัวเล็กเริ่มทำงานอีกแล้ว ทำไมคู่นี้ถึงชอบชงกันเองจังเลยนะ


ระหว่างที่จองชินพยายามจะดันหัวเจ้าตัวเล็กที่กำลังตะกายกัดแขนเสื้อเขา และนักร้องคนสวยกับผู้จัดการสุดหล่อที่ยังจ้องหน้ากันไม่วางตา จองโมก็หันไปมองหน้ากันกับโปรดิวเซอร์เหมือนจะปรับทุกข์

“แล้วนี่... ไม่มีใครคิดจะถามผมซักคำเลยเหรอครับ?”










TBC.







Talk: มัวแต่วุ่นวายกับบัตรคอน SS4 เลยไม่ได้มาลงอะไรเลย แต่เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงวุ่นวายจนไม่มีแก่ใจจะอ่านเหมือนกันจริงมั้ย ^^ ไม่เป็นไรเนอะ ตื่นเต้นบ้างอะไรบ้าง ชีวิตจะได้มีรสชาติ ฮะๆๆ 

ใกล้วันคอนแล้วสินะ...

เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ^^


Comment

Comment:

Tweet

วิ่งวิ่งวิ่งงงงงง
ตามมาอ่านแล้วค่ะพี่แอน

ห้องพี่เจย์พี่ฮีเข้าได้คนเดียว เข้าใจมั้ยฮีบอมมี่ 555

พี่แอนอ่ะ พี่แอนยังไม่หายเคืองเขียวแดงเหรอค่ะ
จะให้มีคู่ทั้งที ก็ให้ไม่พบหน้ากัน

ปูเสื่อรอตอนต่อไป

ปล. มินฮวานเหมือนลูกแมวเลยพี่แอน

#2 By ELFin (58.8.31.141) on 2012-03-19 22:01

มาแล้วๆๆๆๆ
รอมานาน 555+
จองโมดันมีผีสาวมาตามซะงั้น

รอตอนต่อไป

#1 By ming (119.42.91.248) on 2012-03-17 22:13