[Fic] Love in the ice - part 17

posted on 12 Feb 2012 00:57 by mondaymaybe in Love-in-the-ice
Title : [Fic] Love in the ice - part 17
Author : mondaymay
Staring : Super Junior (Siwon x Heechul)
Rating : PG-13
Genre : Yaoi, A/U, Drama, Angst

Warning: นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการส่วนบุคคล และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์ระหว่างชายและชาย โดยการขอใช้ชื่อบุคคลและลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลที่มีอยู่จริง เพื่อเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่องเท่านั้น โดยไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหายทั้งสิ้น หากนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านไม่พึงประสงค์ ไม่ชอบ หรือรังเกียจ กรุณาปิดหน้านี้ลงเสียด้วยความสงบ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ ^^

 

...................................................

OST. It's cold




หลังอาหารเย็น ซีวอนก็พาฮีชอลไปส่งที่ห้องพักที่ให้คนจัดเตรียมไว้ บ้านพักหลังนี้มีห้องนอนอยู่สามห้อง ห้องหนึ่งที่อยู่ชั้นล่างไม่ค่อยได้ถูกใช้งานนัก ตอนนี้เลยกลายเป็นห้องเก็บของชั่วคราว ส่วนอีกสองห้องอยู่ชั้นบน ซีวอนให้คนจัดห้องที่มองเห็นวิวทะเลชัดๆ ให้ฮีชอล ส่วนห้องของเขาก็อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

หลังอาบน้ำเสร็จ ซีวอนที่ค่อนข้างเพลียกับการขับรถในระยะทางไกลๆ ก็เผลองีบหลับ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนเกือบจะสี่ทุ่มแล้ว พอนึกได้ว่าทิ้งฮีชอลไว้ตามลำพัง เขาก็ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้วรีบร้อนไปเคาะประตูห้องฝั่งตรงข้าม

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ฮีชอล นอนรึยัง? ผมเข้าไปได้มั้ย?”
“...อื้ม”
ประตูห้องถูกเปิดออกช้าๆ เมื่อสิ้นเสียงอนุญาต ซีวอนมองไปที่เตียงก็ไม่เห็นร่างบางที่นั่น ประตูห้องน้ำก็เปิดอยู่ เขาเดินเข้ามาในห้องแล้วลองมองที่เก้าอี้นั่งเล่นตรงริมหน้าต่าง ถึงได้เห็นว่าประตูบานเลื่อนตรงระเบียงถูกเปิดทิ้งไว้ ร่างโปร่งบางที่เขามองหานั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นไม้ของระเบียงนั่น และลมทะเลก็พัดแรงเสียจนเกรงว่าจะระคายผิวบอบบางเสียเหลือเกิน
 
“อากาศเย็นนะคุณ นั่งตากลมแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” ซีวอนเดินไปที่เตียงแล้วหยิบผ้าห่มขึ้นมาผืนหนึ่ง เขาคลุมมันลงบนไหล่บางที่เหมือนจะไม่สะทกสะท้านต่อลมหนาว แล้วนั่งลงเคียงข้างกันบนพื้นระเบียง
“เดินทางมาเหนื่อยๆ คุณน่าจะพักผ่อน”
“ฉันนอนไม่หลับน่ะ เลยออกมานั่งดูดาว”
“นั่นสินะ ถ้าเป็นตอนที่อยู่โซล ป่านนี้คุณยังไม่กลับเข้าบ้านเลยด้วยซ้ำ” ซีวอนแหงนหน้าขึ้นมองดาวบนฟ้าบ้าง ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มบาง “คุณชอบออกจากบ้านไปตอนกลางคืน แล้วก็ไปที่ผับเดิมๆ ทุกวัน”
“...แล้วนายก็ให้คนแอบตามไปดูฉันทุกวัน”
“ใช่... ผมให้คนตามไปดูคุณทุกวัน จนสุดท้าย... ผมก็แอบตามคุณไปเอง ผมยังเคยนึกแปลกใจว่าทำไมคุณไม่ไปที่อื่นบ้าง”
“ถ้าฉันเปลี่ยนที่ นายก็หาฉันไม่เจอน่ะสิ”
“หืม...?” ซีวอนละสายตาจากดาวดวงเล็กๆ นับพันที่แข่งกันเปล่งแสงระยิบระยับอยู่บนฟ้า รอยยิ้มบางเบาของใครบางคน... แม้เพียงด้านข้าง... ก็สวยงามกว่าดวงดาวเหล่านั้นเป็นไหนๆ 
“ฉันดื่มเหล้าไม่ได้ อย่างมากก็สั่งมาตั้งไว้เฉยๆ แล้วก็นั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆ รอให้นายมารับ ถ้านายหาฉันไม่เจอแล้วฉันจะกลับบ้านยังไงล่ะ”
หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำ ชายหนุ่มไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่าตลอดเวลาที่เขาเฝ้ามองร่างบางด้วยความไม่วางใจนั้น อีกฝ่ายหนึ่งกลับเชื่อมั่นและรอคอยเขา...

โชคชะตาเล่นตลกกับคนเราแบบนี้เสมอเลยหรือ?

“ผม... ไม่เคยรู้เลย”
“ยังมีอีกหลายเรื่องนะ ที่นายไม่รู้”
ฮีชอลหันมายิ้ม ...เป็นรอยยิ้มที่ไม่แฝงความหมายใด ...แต่มันงดงาม และมีความหมายที่สุดสำหรับคนตรงหน้า

มือใหญ่ประคองดวงหน้าขาวที่เย็นเฉียบแล้วไล้ปลายนิ้วกับปรางค์แก้มเนียนอย่างทะนุถนอม ...ทำยังไงถึงจะได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ตลอดไปนะ ...จะทำยังไงให้คนคนนี้มีความสุขตลอดไป...
 
“บอกผมได้มั้ย... ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคุณ ผมอยากรู้... ผมอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้”



.
.
.
.
.



แสงสว่างของยามเช้าที่สะท้อนกับคลื่นทะเลเกิดประกายระยิบระยับราวแต่งแต้มด้วยกระจก เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยด้วยรับรู้ถึงความงดงามนั้น ก่อนที่ร่างขาวบางบนเตียงจะขยับอย่างเชื่องช้า

ชายหนุ่มยืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง เขามีความสุขเพียงได้เฝ้ามองอิริยาบถของใครอีกคนที่กำลังจะตื่นจากการหลับใหล กระทั่งดวงตาคู่สวยกระพริบรับแสงแรกของเช้าวันใหม่
“อรุณสวัสดิ์ครับ เจ้าหญิง”
ฮีชอลมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนยิ้มอยู่ริมหน้าต่างแล้วขยับลุกขึ้นนั่ง รับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมละมุนของดอกไม้บางอย่างที่เจือจางอยู่ในอากาศรอบตัว เขาหลับตาลงแล้วสูดกลิ่นหอมอบอวลนั้นเข้าจมูกช้าๆ

“หอมจัง...”
ซีวอนเดินมานั่งที่ขอบเตียง เขาดึงดอกไม้สีขาวที่ปักอยู่ในแจกันบนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาก้านหนึ่งแล้วยื่นให้
“ดอกลิลลี่น่ะ เมื่อเช้าผมให้ลุงซูพาไปที่ตลาด เห็นมันสวยดีเลยซื้อมาฝาก คุณชอบมั้ย?”
ฮีชอลจรดปลายจมูกลงบนกลีบใบขาวสะอาดแล้วสูดลมหายใจช้าๆ ...กลิ่นนี้จริงๆ ด้วย แต่ถึงมันจะสวยแล้วก็หอมแค่ไหน ฮีชอลก็ส่ายหน้ายิ้มๆ
“ฉันเป็นผู้ชายนะ คงไม่เหมาะกับดอกไม้เท่าไหร่มั้ง”
“งั้นออกมาข้างนอกเถอะ คุณต้องชอบแน่ๆ”
ชายหนุ่มลุกขึ้นก่อนแล้วเลิกผ้าห่มให้คนบนเตียง ก่อนจะดึงข้อมือเล็กให้ร่างบางลุกขึ้นแล้วเดินตามออกไปด้วยกัน


เมื่อลงมาถึงห้องนั่งเล่นที่อยู่ชั้นล่าง ซีวอนก็ปล่อยมือให้ร่างบางยืนรออยู่เฉยๆ แล้วเดินไปผลักบานกระจกหน้าต่างให้เปิดออก ฮีชอลได้ยินเสียงคลื่นและแสงสว่างของดวงอาทิตย์อย่างชัดเจน และกลีบดอกไม้สีเหลืองที่สั่นไหวเบาๆ เพราะแรงลมก็ทำให้ตาคู่สวยโตขึ้นมา

“ทานตะวันนี่!” ร่างบางถลาเข้าเกาะขอบหน้าต่างด้วยความตื่นเต้น “บนเกาะนี้มีด้วยเหรอ?”
“เกาะเซจูมีทุกอย่างนั่นแหละ” ซีวอนยิ้มแล้วเดินมายืนเคียงข้าง “ผมเข้าใจว่าคุณชอบกุหลาบแดงมาตลอด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ต้องมีดอกไม้อย่างอื่นที่คุณชอบ คุณชอบดอกทานตะวันใช่มั้ย? ผมเดาถูกใช่รึเปล่า?”
ฮีชอลไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่มือเรียวขาวที่ยื่นออกไปสัมผัสกลีบสีเหลืองทีละใบๆ อย่างแผ่วเบานั้นบอกได้ดี ว่าเขาถูกใจมันมากแค่ไหน

ซีวอนลอบมองดวงหน้างดงามยามที่เจ้าตัวเผลอยิ้มด้วยความหลงใหล อดอิจฉาเจ้าดอกทานตะวันนี่ไม่ได้ ที่ได้รับรอยยิ้มจากร่างบางโดยที่ไม่ต้องร้องขอ รอยยิ้มเขาเฝ้ารอมาตลอด... หวังมาตลอดว่าซักวัน ฮีชอลคงจะยิ้มให้เขาอย่างจริงใจซักครั้ง แต่ในเวลานี้ซีวอนก็ต้องยอมรับกับตัวเอง แม้รอยยิ้มนั้นจะไม่ได้มีไว้เพื่อเขา แต่เพียงเขาเป็นคนทำให้ฮีชอลยิ้มได้แบบนี้ เขาก็มีความสุขมากแล้ว

“คุณเคยได้ยินนิทานเรื่องดอกทานตะวันกับไม้ขีดไฟมั้ย”
ฮีชอลหันกลับมามองคนถามแล้วเลิกคิ้ว
“ฉันไม่ใ