[Fic] Love in the ice - part 16

posted on 06 Feb 2012 01:00 by mondaymaybe in Love-in-the-ice
Title : [Fic] Love in the ice - part 16
Author : mondaymay
Staring : Super Junior (Siwon x Heechul)
Rating : PG-13
Genre : Yaoi, A/U, Drama, Angst

Warning: นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการส่วนบุคคล และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์ระหว่างชายและชาย โดยการขอใช้ชื่อบุคคลและลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลที่มีอยู่จริง เพื่อเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่องเท่านั้น โดยไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหายทั้งสิ้น หากนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านไม่พึงประสงค์ ไม่ชอบ หรือรังเกียจ กรุณาปิดหน้านี้ลงเสียด้วยความสงบ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ ^^

 

...................................................




ซีวอนไม่มีโอกาสรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น เขาถูกพาตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพที่เป็นตายเท่ากัน ตอนที่ไปถึงมือหมอ ...โอกาสรอดของเขาก็เหลือเพียงน้อยนิดแล้ว

ผู้หมวดคังอินนำทีมสืบสวนเข้าจับกุมรองประธานลีกับลูกน้องได้ไม่นานหลังจากนั้น จากการให้ปากคำของฮีชอล แม้นายลีจะอ้างว่าซีวอนเซ็นโอนหุ้นให้เขาเพื่อจะหนีไปอยู่กับคนรักของพี่ชายเงียบๆ แต่มีคนรู้เข้าเสียก่อน จึงสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อโยนความผิดให้เขา แต่ทางตำรวจก็มีทั้งพยานและหลักฐานมากพอที่จะเชื่อมโยงเขาเข้ากับคดีลอบสังหารชเวคังทา และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับชเวซีวอนเมื่อสองเดือนก่อน ทั้งข้อหาจ้างวานฆ่าและฉ้อโกง ทำให้เขาไม่สามารถยื่นประกันตัวได้ และต้องถูกกักตัวเพื่อรอดำเนินคดีอยู่ในเรือนจำ

หนังสือโอนหุ้นที่ซีวอนถูกบังคับให้เซ็นถือเป็นโมฆะ หุ้นทั้งสี่สิบเปอร์เซ็นต์ยังเป็นของเขา และธุรกิจในเครือชเวกรุ๊ปทั้งหมดยังคงเป็นชื่อของคนในตระกูลชเว


เยซองฟื้นขึ้นมาหลังจากนั้นเพียงหนึ่งวัน เพราะฤทธิ์ยาที่พวกมันใช้กับเขา ทำให้เขาจำเหตุการณ์ในวันที่เกิดเรื่องไม่ได้เลย เขาเพียงให้การกับตำรวจว่าเขาติดเครื่องติดตามไว้ที่รถของซีวอนตั้งแต่ตอนที่เกิดอุบัติเหตุครั้งแรก และนั่นก็ทำให้คังอินพาลูกทีมเข้าไปช่วยชีวิตบุตรชายคนรองของตระกูลชเวไว้ได้ทันเวลา

คิมฮีชอลไม่ได้รับบาดเจ็บมากนักจากการถูกลักพาตัว ตามตัวของเขามีร่องรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้าย แต่หมอก็อนุญาติให้เขาออกจากโรงพยาบาลได้ตั้งแต่วันนั้น ...และเขาก็ไม่เคยกลับไปเยี่ยมชเวซีวอนอีกเลย มีเพียงคุณนายชเวที่เพียรมาเฝ้าลูกชายของเธอทุกวัน แม้จะตกอยู่ในห้วงแห่งทุกข์ แต่ใบหน้าของเธอกลับไม่มีเค้าความเศร้าโศกหรือกดดัน เธอยังคงเป็นประธานใหญ่แห่งชเวกรุ๊ปผู้เด็ดเดี่ยวและเข้มแข็ง ไม่มีใครได้เห็นน้ำตาของเธอ ...แม้สักหยดเดียว


ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ และซีวอนไม่มีโอกาสได้รับรู้เรื่องเหล่านี้...

...เพราะเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนในทันทีที่ถูกส่งตัวมาถึงโรงพยาบาล และนอนอยู่ในห้องฉุกเฉินถึงสามวันเต็มๆ

แม้การผ่าตัดจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และเขาถูกพาตัวออกมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นหลังจากนั้น แต่ซีวอนก็ยังไม่รู้สึกตัว

จนกระทั่งวันนี้...


คังอินรีบรุดมาที่โรงพยาบาลทันทีที่ได้รับโทรศัพท์จากคุณหมอโจคยูฮยอนว่าซีวอนรู้สึกตัวแล้ว แม้การสอบปากคำผู้เสียหายจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ในใจเขาเองก็รู้สึกเป็นห่วงน้องชายเพียงคนเดียวของเพื่อนสนิทที่ล่วงลับไปแล้วไม่น้อย การตายของชเวคังทาทำให้เขารู้สึกติดค้างในใจ และหากซีวอนต้องเป็นอะไรไปอีกคน เขาคงไม่มีหน้าสวมเครื่องแบบตำรวจได้อีก ดังนั้นการที่ซีวอนฟื้นจากอาการโคม่าได้แบบนี้ ถือเป็นข่าวดีที่สุดข่าวหนึ่งในชีวิตของเขาก็ว่าได้

“ไง... พระเอก!” ประตูห้องพักฟื้นถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงทักทายอย่างแจ่มใส ก่อนที่คังอินจะต้องชะงักเมื่อเห็นคุณหมอหนุ่มกำลังตรวจอาการคนไข้บนเตียง โดยมีพยาบาลสาวอีกคนคอยจดข้อมูลอยู่ใกล้ๆ

คุณหมอโจคยูฮยอนหันมายิ้มให้ผู้มาใหม่ ก่อนจะวางมือจากอุปกรณ์การตรวจ พูดอะไรกับคนไข้บนเตียงสองสามคำแล้วจึงเดินมาที่ประตู
“อย่ารบกวนคนไข้มากนะครับ ร่างกายเขายังไม่แข็งแรงนัก”
“ผมรู้น่า~~ หมอ” คังอินทำสีหน้าเหมือนหงุดหงิด เบื่อนักเชียวคนรู้ทัน
หมอโจไม่พูดอะไรต่อ เขายิ้มเรียบๆ แล้วเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้นายตำรวจหนุ่มได้อยู่กับคนไข้ตามลำพัง

เห็นซีวอนขยับตัวเหมือนจะลุกขึ้นนั่ง คังอินจึงรีบเข้ามาช่วยปรับระดับของเตียงให้ แล้วเอาหมอนรองหลังเพื่อให้คนที่เพิ่งฟื้นไข้ได้นั่งสบายขึ้น
“นายนี่อึดใช้ได้เลย ถูกยิงสองนัด กระสุดเฉียดปอดกับหัวใจไปนิดเดียว ยังอุตส่าห์รอดมาได้”
ซีวอนได้แต่ยิ้มระโหย เมื่อสักครู่คุณหมอโจเพิ่งจะบอกอาการกับเขา ฟังแล้วไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน แต่ซีวอนก็รู้ดี ว่าที่เขารอดมาได้... เป็นเพราะอะไร

“ฮีชอลเขา... เป็นยังไงบ้างครับ”
“ไม่เป็นอะไรมากหรอก กลับบ้านไปตั้งแต่วันที่มาถึงโรงพยาบาลนั่นแหละ อาจจะมีฟกช้ำนิดหน่อย แต่ป่านนี้คงหายดีแล้วมั้ง”
ซีวอนพยักหน้าช้าๆ แล้วก็เงียบไป คังอินมองใบหน้าหม่นหมองของคนบนเตียงแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า คงจะรู้อยู่แล้วว่าถึงยังไง รายนั้นก็ไม่คงไม่มาเยี่ยม ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าซีวอนคิดยังไงกับเด็กคนนั้น ตอนที่ร่างสูงใหญ่ใช้ตัวเองเป็นเกราะเข้าบังกระสุนให้ฮีชอลแบบนั้น คังอินยังคิดไม่ออกเลยว่าตัวเองจะกล้าทำแบบนั้นเพื่อใคร

...คงจะมีแต่คนที่รักมากจริงๆ ถึงยอมเสียสละแม้กระทั่งชีวิตได้แบบนั้น


“มัวแต่ถามถึงคนอื่น ห่วงตัวเองก่อนเถอะ หลับไปตั้งอาทิตย์นึงเต็มๆ ฉันนึกว่านายจะกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปซะแล้ว” คังอินตบบ่าน้องชายเพื่อนเบาๆ ซีวอนจึงยิ้มออกมา
“ผมไม่ตายง่ายๆ หรอก”
“แล้วนี่พอไหวรึเปล่า? ฉันต้องสอบปากคำนายเพิ่มเติม”
“ไหวครับ”



.
.
.
.
.



คฤหาสน์ชเวดูเงียบเหงาไปมาก ตั้งแต่เกิดเรื่อง

ทุกชีวิตในบ้านยังคงดำเนินไปอย่างปกติก็จริง หากแต่ก็ไร้ซึ่งชีวิตชีวา แม้คุณนายชเวจะไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น กับการที่บุตรชายยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แต่คนรับใช้ในบ้านซึ่งอยู่ด้วยกันมานานต่างก็รู้ดี ว่าสภาพจิตใจของเธอไม่ปกตินัก เธอพูดคุยน้อยลง ทานอาหารน้อยลง แต่กลับทำงานหนักขึ้น บางคืนก็ถึงกับนอนในห้องทำงานเลยด้วยซ้ำ ทุกคนรู้ดีว่าเป็นเพราะอะไร หากแต่ไม่มีใครกล้าพูด พยายามทำหน้าที่ของตัวเองดังเช่นทุกๆ วัน
 
ทุกอย่างในคฤหาสน์ตระกูลชเวยังคงเหมือนเดิม

และใครคนหนึ่ง... ยังคงเป็นคนแปลกหน้าสำหรับทุกคนในคฤหาสน์... เช่นเดิม


คิมฮีชอลเดินทอดน่องไปตามทางเดินบนระเบียงรอบนอกของชั้นสองของตัวคฤหาสน์ เขากำลังจะลงไปที่สวนดอกไม้ ...เหมือนเช่นทุกวัน เขาจะลงไปขลุกอยู่ที่สวนดอกกุหลาบทั้งวัน แล้วกลับขึ้นมาในตอนเย็น กินอาหารที่สาวใช้นำขึ้นมาให้บนห้องแล้วก็เข้านอน เขาไม่พูดคุยกับใครในบ้าน เหมือนที่คนในบ้านก็ไม่เคยทักทายเขา

ฮันกยองยังคงโทรมาหาเขาทุกวัน ตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งนั้น ฮันกยองก็ร้อนรนอยากเจอเขาให้ได้ พยายามขอร้องให้เขาออกไปพบอยู่หลายครั้ง แต่ฮีชอลก็ปฏิเสธ บอกแต่ว่าสบายดี แล้วก็ไม่เคยเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง แม้ชายหนุ่มจะเลื่อนกำหนดการเดินทางกลับไปอีกหนึ่งอาทิตย์ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสนิท แต่ในเมื่อสุดท้ายแล้วก็ได้แต่คุยกันทางโทรศัพท์อยู่ดี เขาจึงต้องบินกลับไปช่วยธุรกิจของครอบครัวที่ประเทศจีนอย่างช่วยไม่ได้


ปลายนิ้วเรียวขาวสัมผัสลงบนราวระเบียงอย่างเชื่องช้า เช่นเดียวกับจังหวะการเดินของเขา ฮีชอลรู้สึกเหมือนวัตถุทุกสิ่งรอบตัวล้วนเย็นเฉียบ ไม่ว่าเขาจะแตะต้องสิ่งไหน หรือสัมผัสอะไร ความเย็นเยียบของมันมักจะทำให้เขาสะดุ้งจนต้องชักมือกลับมาทุกครั้ง นึกแล้วก็ขำ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่เขามีความรู้สึกกลัวความเย็นมากขนาดนี้

...อาจจะตั้งแต่ที่ได้รู้จักกับความอบอุ่นก็เป็นได้


ช่วงขาเรียวหยุดนิ่ง เมื่อเบื้องหน้าปรากฏร่างของหญิงวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นเจ้าของคฤหาสน์ ร่างบางสบตาคนตรงหน้าโดยไม่หลบไปไหน หากก็ไม่มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้น เขาจึงก้าวเดินต่อ แต่เมื่อคล้อยหลังคุณนายชเวไปเพียงไม่กี่ก้าว เธอก็เอ่ยขึ้น

“ซีวอนเขาฟื้นแล้วนะ” ฮีชอลชะงักฝีเท้า หันเพียงเสี้ยวหน้ามาทางผู้พูด “...เผื่อว่าเธออยากจะรู้”
“อ้อ...” คำรับรู้สั้นๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉย แล้วร่างบางก็หันหลังเดินลงบันไดไป
“เธอไม่คิดจะไปเยี่ยมเขาหน่อยหรือ เขาเพิ่งฟื้น คงอยากเจอเธอ”
ประโยคหลังหยุดฝีเท้าฮีชอลไว้อีกครั้ง ร่างบางหันทั้งตัวกลับมามองหน้าคนถามอย่างตรงๆ
“แล้วคุณนายล่ะครับ อยากให้ผมไปเยี่ยมรึเปล่า?” เรียวคิ้วสวยเลิกขึ้น จ้องหน้าหญิงผู้สูงวัยกว่าอย่างท้าทาย “คนที่ทำให้ลูกชายคุณนายต้องเจ็บปางตายแบบนั้น คุณนายยังอยากให้ผมไปเยี่ยมอีกหรือครับ?”
“......” ไม่มีคำตอบจากหญิงเจ้าของบ้าน แววตาของเธอวูบไหวยามเมื่อเด็กหนุ่มเอ่ยถึงบุตรชาย และเธอจำต้องหันเหใบหน้าเพื่อหลบซ่อนความเจ็บปวดนั้นไว้
ฮีชอลแค่นยิ้มให้กับท่าทางที่แสร้งทำเป็นเข้มแข็งนั้น แล้วหันหลังให้

“เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดน่ะ... เป็นความผิดของฉันเอง” แม้ไม่ได้เห็นสีหน้า แต่ฮีชอลก็จับความสั่นไหวในน้ำเสียงได้  “ฉันมัวแต่คิดว่าต้องทำเพื่อชื่อเสียงของตระกูล ต้องปกป้องธุรกิจของครอบครัวไว้ จนลืมคิดไปว่ายังมีเรื่องอื่นที่สำคัญ ตอนที่คังตาตายไปน่ะ ฉันเสียใจมากก็จริง แต่ก็ไม่คิดจะสืบหาสาเหตุการตายของเขา ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเขาถูกปองร้าย แต่ฉันกลับห่วงชื่อเสียงมากกว่า พลอยดึงเอาครอบครัวของเธอมาเดือดร้อนไปด้วย จะว่าไป... ฉันเองก็ไม่ต่างจากรองประธานลีซักเท่าไหร่ ...เห็นแก่ตัว ...เห็นแก่ชื่อเสียงเงินทองมากกว่าชีวิตคน ...มากกว่าชีวิตลูกชายตัวเอง” 

ฮีชอลยังคงนิ่งเงียบ เขาไม่ได้หันกลับมามอง และคุณนายชเวก็นึกขอบใจเด็กหนุ่มที่ทำแบบนั้น เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้ใครเห็นยามที่ตนอ่อนแอลง

“วันที่ฉันเห็นซีวอนนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ฉันรู้สึกเหมือนสูญสิ้นทุกสิ่งอย่าง ลูกชายที่เหลือเพียงคนเดียวของฉัน ...ถ้าฉันต้องเสียเขาไปอีกคน ฉันคงไม่เหลือใคร ตอนนั้นฉันถึงได้คิด ...ว่าชื่อเสียงเงินทองพวกนั้นมันไม่มีค่าเลย ถ้าสุดท้ายแล้วฉันต้องอยู่เพียงคนเดียว ...ไม่เหลือคนที่ฉันรักอยู่บนโลกนี้ ฉันเสียคังทาไปคนนึงแล้ว ฉันไม่อยากผิดพลาดซ้ำสอง ...ฉันไม่อยากเสียซีวอนไปอีกคน”

เกิดเสียงฝีเท้าเบาๆ ขึ้นทางด้านหลัง ฮีชอลหันเพียงเสี้ยวหน้ากลับไป แม้ไม่เห็นแต่ก็แน่ใจว่าคุณนายชเวกำลังเดินมาทางเขา
“ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับความเป็นครอบครัวก็คือความรัก ฉันรักครอบครัวของฉัน เธอเองก็รักครอบครัวของเธอ และฉันไม่มีสิทธิ์พรากพวกเขาไปจากเธอ ...ฉันเสียใจ ...ขอโทษที่ไม่เคยดูดำดูดีพี่สาวเธอเลย ...ขอโทษที่ทำให้แม่เธอต้องทรมานใจจนตายไปแบบนั้น ...ฉันขอโทษ เธอจะยกโทษให้ฉันได้มั้ย ฮีชอล...”

เพียงไม่กี่อึดใจ แต่ฮีชอลรู้สึกเหมือนมันนานแสนนาน เขายืนนิ่งอยู่ที่บันไดขั้นที่สองตอนที่มือสั่นเทาวางลงที่ไหล่ข้างหนึ่ง ความเข้มแข็งที่อ่อนแอลงมันเป็นเช่นไร ...ร่างบางเพิ่งรู้สึกได้ในวันนี้ ไม่ใช่แค่เพราะคำพูดที่แสดงความเสียใจ และคำขอโทษที่แม่ของเขาหวังจะได้ยินมาตลอด ฮีชอลมั่นใจว่าหากเขาบอกให้หญิงสูงศักดิ์คุกเข่าลงตรงหน้าหลุมศพของแม่ เธอก็คงทำแบบนั้น คนเราจะยอมทำทุกอย่างเมื่อรู้สึกว่าตัวเองหมดสิ้นทุกสิ่งอย่าง และคุณนายชเวในตอนนี้ ก็ไม่ต่างจากเขาในวันที่แม่จากโลกนี้ไป

ริมฝีปากเรียวบางเผยรอยยิ้มที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไง ฮีชอลรู้เพียงว่าภาพตรงหน้าของเขาไม่ชัดเจน ม่านน้ำใสกำลังกลบดวงตา ...หยดน้ำบริสุทธิ์ที่ละลายออกมาจากเกราะน้ำแข็งที่ครอบงำจิตใจของเขามานานแสนนาน และมันกำลังจะชำระล้างความรู้สึกทุกสิ่งอย่างในอีกไม่ช้า
 

หลับให้สบายนะครับแม่ จะไม่มีใครต้องเจ็บปวดเพราะความแค้นอีกแล้ว...


.
.
.
.
.



บานประตูเหล็กสูงตระหง่านเคลื่อนตัวออกจากกันอย่างช้าๆ ด้วยโปรแกรมอัตโนมัติ เปิดทางให้รถนอกคันหรูเลี้ยวเข้ามา และแล่นตรงไปยังเส้นทางที่มุ่งสู่ตัวคฤหาสน์แห่งตระกูลชเว

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่