[Fic] Hey! my boy (Level GEE!) 9

posted on 01 Nov 2009 22:57 by mondaymaybe  in Hey-my-boy-Level-GEE

Title: Hey! my boy - part 9
Author: mondaymay
Staring: Super Junior (12/9, 13/7)
Rating: PG-13
Genre: Yaoi, A/U, Romantic-Comady  

Warning: นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการส่วนบุคคล และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์ระหว่างชายและชาย โดยการขอใช้ชื่อบุคคลและลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลที่มีอยู่จริง เพื่อเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่องเท่านั้น โดยไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหายทั้งสิ้น หากนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านไม่พึงประสงค์ ไม่ชอบ หรือรังเกียจ กรุณาปิดหน้านี้ลงเสียด้วยความสงบ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ ^^ 
 


................................

 

 

Part VIIII: ความจริงที่มาพร้อมกับสายลมแห่งต้นฤดูหนาว...

 

คยูฮยอนไม่ใช่คนโง่ ถึงจะดูไร้สาระไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่คิดอะไรเลย ตรงกันข้าม ปีกขวาทีมบาสที่แสนปราดเปรียวผู้นี้ ยังฉลาดเป็นกรดชนิดที่ถ้าใครไม่แน่จริงก็ไล่ตามไม่ทันด้วยซ้ำ เขาเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี แต่น่าเสียดายนัก...

...น่าเสียดายที่เขามองข้ามคนใกล้ตัวจนเกินไป

ซีวอนไม่ใช่แค่คนใกล้ตัว แต่ยังได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทด้วยซ้ำ แม้จะไม่ได้คบกันมานานเท่าทงเฮ แต่เขาก็มั่นใจว่าเขารู้จักซีวอนดี คยูฮยอนเพิ่งรู้ว่าตัวเองคิดผิด หลังจากเรื่องวันนี้แล้วเขาถึงได้เข้าใจ ว่าแท้จริงแล้ว เขาไม่เคยเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของซีวอนเลยสักนิด...

“ฉันทำไม่ได้! ถึงทำได้ก็ไม่ทำ!”
“ถ้างั้นฉันก็จะไปบอกซองมินกับทงเฮ ว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นฝีมือนาย!” แน่นอนว่ามันเป็นแค่คำขู่ แม้จะรู้ดีแก่ใจว่าสิ่งที่ซีวอนทำนั้นไม่ถูกต้อง แต่คยูฮยอนก็ไม่คิดจะแฉเพื่อนอยู่แล้ว หากแต่คำท้าทายที่อีกฝ่ายขู่กลับนั่นสิ ที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่า
“ก็เอาสิ! งั้นฉันก็จะบอกทงเฮเหมือนกัน ว่าอุบัติเหตุที่สนามบาสวันนั้นเป็นแผนของนาย!”
“อะไรนะ?!”
“ลูกบาสลูกนั้นหรือแม้แต่ที่คิบอมต้องเจ็บตัว ที่จริงแล้วเป็นการจัดฉากของนาย อยากให้ฉันบอกทงเฮแบบนั้นมั้ยล่ะ?!”
“ซีวอน! ทำไมนายถึงได้…!”
“ทำไมฉันถึงรู้น่ะเหรอ? หึ! ก็เพราะฉันเห็นกับตาน่ะสิ! นายจงใจขว้างลูกบาสมาทางทงเฮ แล้วให้กัปตันทีมของนายสวมบทฮีโร่เข้ามาปัดลูกบาสออกให้ ยอมเจ็บตัวนิดหน่อยแลกกับการที่หมอนั่นจะได้ใกล้ชิดกับทงเฮ แผนสูงดีนี่!”
“เรื่องมันไม่ได้เป็นแบบที่นายคิดหรอกนะ!”
“แต่อย่างน้อยฉันก็รู้ว่านายคิดจะทำอะไร! ถ้านายบอกว่าสิ่งที่ฉันทำมันผิด งั้นการที่นายพยายามยัดเยียดคนอื่นให้เพื่อนตัวเองมันก็ไม่ถูกนักหรอก!”
“นี่นาย...!” คยูฮยอนถึงกับเถียงไม่ออก ถึงจะไม่ถูกต้องไปทั้งหมด แต่ซีวอนก็รู้เรื่องมาตั้งแต่แรก รู้ว่าเหตุการณ์วันนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่ที่น่าแปลกใจคือซีวอนไม่เคยปริปากเรื่องนี้ หนำซ้ำยังตามน้ำได้อย่างแนบเนียนอีกด้วย เขาไม่เคยคัดค้านเรื่องที่ทงเฮจะต้องคอยดูแลคิบอมในช่วงที่แผลยังไม่หาย ยังอุตส่าห์ลากตัวจอมดื้อไปเยี่ยมคนป่วยถึงที่บ้านด้วยซ้ำ นั่นมันก็น่าจะหมายความว่าเขาเองก็เห็นดีด้วยไม่ใช่หรือ แล้วที่ทำแบบนี้มันหมายความว่าอะไรกัน!

ถ้าจะไม่พอใจที่คิบอมเข้ามาสนิทสนมกับทงเฮ เขาก็พอจะเข้าใจว่าคงเป็นเพราะอาการหวงเพื่อนธรรมดา แต่ถึงขนาดวางแผนเพื่อไม่ให้ซองมินไปติวหนังสือให้ทงเฮได้เนี่ย มันเพราะอะไรกัน?

“ฉันไม่เข้าใจนายเลยจริงๆ ทงเฮมีเพื่อนใหม่นายก็น่าจะดีใจไม่ใช่เหรอ นอกเสียจากว่า...” ตาของคยูฮยอนเบิกกว้าง เมื่อตระหนักดีแล้วว่าคงไม่มีเหตุผลอื่นอีก “นายชอบทงเฮใช่มั้ย?”

ใช่... นอกจากเรื่องนี้แล้วก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ซีวอนจะต้องทำแบบนี้ เขาไม่อยากให้ทงเฮใกล้ชิดสนิทสนมกับใครมากไปกว่าตัวเอง คนเป็นเพื่อนกันเขาไม่คิดกันแบบนี้แน่ๆ!

“นายไม่อยากให้ทงเฮมีคนอื่น เพราะนายชอบเขาใช่มั้ย?!” คยูฮยอนถามซ้ำอีกครั้ง ตอนนั้นเองที่ซีวอนหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา
“ก็ถ้าใช่แล้วนายจะทำยังไง?! นายจะเลิกเชียร์กัปตันทีมตัวเองแล้วหันมาช่วยฉันแทนรึเปล่าล่ะ?!”
“เรื่องนั้นมัน...” ถึงคราวที่ปีกขวาทีมบาสร่างสูงโปร่งต้องคิดหนัก จริงอยู่ว่าเขาช่วยคิบอมเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อน แต่ซีวอนก็เพื่อนสนิท ไม่ว่าเขาจะเลือกอยู่ข้างใคร ฝั่งตรงข้ามก็คือเพื่อนเขาทั้งคู่

ซีวอนถอนหายใจหนักๆ รู้เสียยิ่งกว่ารู้ว่ายังไงคยูฮยอนก็คงเลือกไม่ได้
“ช่างเถอะ ฉันก็ไม่ได้กะจะให้นายเลือกอยู่แล้ว” น้ำเสียงของเขาอ่อนลง หากแต่ย้ำชัดและเด็ดขาดในทุกคำพูด “นายอยากช่วยกัปตันทีมตัวเอง ฉันก็จะไม่ทำให้นายลำบากใจ และจะไม่แฉเรื่องของนายด้วย เพราะงั้นเรื่องของฉัน นายก็ห้ามยุ่งเหมือนกัน!”


ซีวอนจากไปแล้ว ขณะที่คยูฮยอนได้แต่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวกับถูกสาป ...นี่เขาพลาดไปแล้วใช่มั้ย คิดผิดรึเปล่านะที่ช่วยคิมคิบอม นี่ถ้าเขารู้แต่แรกว่าซีวอนชอบทงเฮ เขาคงไม่ทำให้เรื่องมันวุ่นวายแบบนี้ แต่ว่า... มาคิดได้ตอนนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ในเมื่อจะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรก็ไม่ทันแล้ว ที่เหลือคือต่อจากนี้ต่างหาก เขาควรจะช่วยคิบอมต่อไปดีมั้ย หรือจะให้คิบอมยอมรามือเพื่อเปิดทางให้ซีวอนดี

...จะทำยังไงดีล่ะ โจคยูฮยอน


.
.
.

 

กึง!

สวบ!

“สี่สิบเจ็ด...” ริมฝีปากอิ่มขยับพึมพัมเบาๆ ขณะที่สองขาก้าวยาวๆ เข้าไปรับลูกบาสที่ตัวเองเพิ่งจะส่งมันลงห่วงจากใต้แป้น

สนามบาสกลางแจ้งของชมรมบาสเก็ตบอลช่วงพักกลางวันในวันนี้ดูเงียบเหงากว่าทุกวัน เป็นเพราะการสอบที่กำลังจะมาถึงทำให้โค้ชสั่งงดซ้อมช่วงกลางวัน และจากวันละสองชั่วโมงในตอนเย็นก็ให้เหลือแค่ชั่วโมงเดียว เพื่อให้นักกีฬาในทีมได้อ่านหนังสือกันอย่างเต็มที่ เพราะอย่างนี้คิบอมจึงได้ประมาท ลูกบาสที่อยู่ห่างออกไปแค่ปลายนิ้วจึงถูกใครอีกคนที่อยู่ในสนามด้วยแย่งไปได้อย่างง่ายดาย

ร่างสูงโปร่งตัดหน้ากัปตันทีมบาสคนเก่งเข้าแย่งการครอบครองลูกไว้ ก่อนจะกระโดดขึ้นชู๊ตในระยะใต้ห่วงได้อย่างแม่นยำ

สวบ!

“สี่สิบแปด!” คยูฮยอนนับต่อให้ ก่อนจะส่งลูกบาสคืนเจ้าของ “ใกล้สอบแล้ว นายยังขยันซ้อมอยู่เลยนะ”
“เรียกว่าคลายเครียดดีกว่า ยังไงฉันก็ต้องกลับไปคร่ำเคร่งกับหนังสือมากกว่าอยู่แล้ว” คิบอมบอก ใบหน้าดูจริงจังขณะตั้งท่าจะชู๊ตลูกจากระยะเก็บสามแต้ม

แน่นอนอยู่แล้วว่ากัปตันทีมบาสมหา’ลัยร่างสูงใหญ่ผู้นี้ไม่ได้เก่งแค่เรื่องกีฬา นักศึกษาที่การเรียนอยู่ในระดับท๊อปไฟว์ของคณะทั้งที่ต้องซ้อมกีฬาอย่างหนักทุกวันเช่นนี้ไม่ใช่ว่าจะเป็นกันได้ทุกคน แต่ถ้าถามว่าเรื่องเรียนกับกีฬาอันไหนสำคัญกว่า แน่นอนคิบอมต้องตอบว่าเรื่องเรียน เพราะฉะนั้นกีฬาจึงเป็นเพียงงานอดิเรกของเขาเท่านั้น

สวบ!

“สี่สิบเก้า...”
คยูฮยอนมองตามลูกกลมๆ สีส้มที่หล่นลงห่วง และคิบอมก็เข้ามารับไว้ได้ทันก่อนที่มันจะตกถึงพื้น ก่อนจะเลี้ยงลูกกลับไปประจำที่ระยะสามแต้มเหมือนเมื่อครู่ และก่อนที่คิบอมจะส่งมันออกไปอีกครั้ง เขาก็ตัดสินใจเอ่ยถาม
“นี่คิบอม ถามอะไรหน่อยสิ”
“ว่า?”
“ถ้านายชอบคนคนนึง แล้วมารู้ทีหลังว่าเพื่อนนายก็ชอบคนคนนั้นเหมือนกัน นายจะยอมหลีกทางให้เพื่อนมั้ย?”
คิบอมชะงักไปเมื่อได้ยินคำถาม เขาเหลือบมองหน้าคยูฮยอนแว่บนึงก่อนจะเบนสายตากลับไปมุ่งมั่นกับแป้นบาสตรงหน้าอีกครั้ง
“ไม่มีทาง ยิ่งเป็นเพื่อนกัน ฉันยิ่งทำแบบนั้นไม่ได้”
“นายจะยอมทะเลาะกับเพื่อนเหรอ?”
“เปล่า แต่คนที่ตัดสินได้ว่าใครจะอยู่หรือไปมีแค่คนเดียวเท่านั้น ฉันว่าฝ่ายนั้นเองก็คงคิดเหมือนกัน”

สวบ!

คยูฮยอนพยักหน้าน้อยๆ พอจะเข้าใจความคิดของคิบอม ต่อให้ฝ่ายใดฝ่ายนึงยอมถอย ก็ไม่ใช่ว่าคนกลางจะเลือกคนที่เหลืออยู่ ใครบางคนอาจจะหลับหูหลับตารักเพื่อน ถึงขนาดยอมเสียสละได้ทุกอย่างแม้กระทั่งความรัก แต่คิบอมไม่ใช่คนแบบนั้น สำหรับคิบอมแล้ว การถอยหลังไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการดูถูกฝ่ายตรงข้ามต่างหาก สมแล้วที่เป็นกัปตันทีมบาสเก็ตบอลของมหา’ลัย

“จู่ๆ ถามเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม เจอเข้ากับตัวเองรึไง? หรือว่าทงเฮมาบอกนายว่าเขาแอบชอบซองมินอยู่” คิบอมเย้าเพื่อน พลางส่งลูกบาสในมือให้ปีกขวาสุดหล่อได้โชว์ฝีมือบ้าง
“พูดบ้าๆ ต่อให้หมอนั่นบอกแบบนั้นจริงๆ ฉันก็ไม่หลีกทางให้หรอกนะ เพราะยังไงซองมินก็ต้องเลือกฉันอยู่แล้ว” คยูฮยอนคุยอวดด้วยท่าทางมั่นใจ ก่อนจะชู๊ตลูกในระยะสองแต้มลงห่วงได้อย่างแม่นยำ
“แข่งกันมั้ย?” คิบอมซึ่งได้ลูกกลับมาไว้ในครอบครองอีกครั้งท้าทายเพื่อนร่วมทีม และแน่นอนว่าคยูฮยอนต้องพยักหน้า
“เอาสิ!”


.
.
.

 

โป๊ก!

“โอ๊ย!”
“ตั้งใจดูหน่อยสินายน่ะ!”
“ก็นายพูดจาวกไปวนมา ฉันงงนี่นา...” ทงเฮโอดครวญพลางเอามือลูบหัวตัวเองที่เพิ่งโดนสำเร็จโทษด้วยม้วนกระดาษมาหมาดๆ ป้อยๆ “คนติวยังจะเอาตัวไม่รอด จะได้เรื่องรึเปล่าก็ไม่รู้”
“อย่างน้อยฉันก็ไม่เคยสอบตกแล้วต้องมานั่งซ่อมเหมือนนายแหละน่า”
“ได้บารมีนักกีฬาทีมบาสมหา’ลัยคุ้มอยู่ล่ะสิไม่ว่า”
“แม๊... นายนี่มันน่านัก!” คยูฮยอนเงื้อปึกชีทที่ถูกม้วนแทนไม้เรียวในมือขึ้นขู่ พลางแยกเขี้ยวใส่จอมดื้อตรงหน้า ทำเอาทงเฮหดคอหลบแทบไม่ทัน “ก็ซองมินเขาไม่ว่างจะให้ทำยังไง หรือจะยอมลางานสองวันแล้วไปนอนค้างบ้านซีวอนเขาล่ะ!”
“ฮึ...” คราวนี้เจ้าของสถิติสอบซ่อมทุกเทอมส่ายหัวเร็วๆ ก้มหน้าทำปากยื่นคล้ายจะสลด

คยูฮยอนถอนหายใจเบาๆ จะว่าไม่เจียมตัวก็ใช่ล่ะ ก็ในเมื่อผลสอบที่ผ่านมาแต่ละเทอมของเขาก็ไม่ใช่ว่าดีเลิศมาจากไหน บางตัวก็คาบเส้นจะตกแหล่มิตกแหล่ด้วยซ้ำ ยังมีหน้าจะมาติวให้เพื่อน แต่ในสถานการณ์แบบนี้จะให้ทำยังไงได้ เขาทำใจส่งทงเฮไปถึงมือซีวอนไม่ได้จริงๆ ไม่ใช่เพราะเขาคิดจะขัดขวาง แต่เพราะไม่อยากให้ซีวอนได้ใจคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกต้อง และทงเฮจะต้องพึ่งเขาเพียงคนเดียว แต่จะให้ปล่อยทงเฮไปตามบุญตามกรรมแบบนี้ก็คงไม่ไหว สุดท้ายก็เลยตัดสินใจติวให้เพื่อนด้วยตัวเอง

เพราะช่วงนี้ทีมบาสลดชั่วโมงซ้อมช่วงเย็นลง คยูฮยอนจึงอาศัยเวลาที่ยังเหลืออีกหนึ่งชั่วโมงก่อนที่ทงเฮจะเข้างานมาติวให้ โชคยังดีแคลคูลัสที่เพิ่งเขาลงไปเมื่อเทอมก่อน มันยังพอฝังอยู่ตามซอกหลืบของสมองบ้าง ไม่ได้ส่งคืนอาจารย์ไปเสียหมด รื้อฟื้นเสียหน่อยก็พอจำได้ ถึงจะต้องอ่านไปสอนไปแบบกระท่อนกระแท่นพอสมควร แต่คยูฮยอนก็ค่อนข้างมั่นใจว่ามันคงพอช่วยเพื่อนไม่ให้สอบตกได้แน่ๆ
 
“วางใจเหอะน่า ต่อให้ต้องอดนอนอ่านหนังสือเพื่อมาติวให้นายวันละชั่วโมง ฉันก็ไม่ทำให้นายสอบตกหรอก” คยูฮยอนว่าอย่างนั้น ก่อนจะกางชีทที่ม้วนอยู่ในมือออกแล้วขีดๆ เขียนๆ อะไรลงไปในนั้น ขณะที่ทงเฮพอโดนดุแล้วก็ดูจะตั้งใจมากขึ้น เขารวบปอยผมด้านหน้าที่มันยาวจนตกลงมาระสายตาขึ้นแล้วมัดไว้ลวกๆ ปล่อยให้มันบานเป็นช่อคล้ายน้ำพุเล็กๆ อยู่กลางหัวแบบนั้น


“อ้าว! วันนี้มาได้เหรอจ๊ะ?” เสียงอ่อนเสียงหวานของคุณพี่เจ้าของร้านทักลูกค้าร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งเดินเข้าประตูมาอย่างร่าเริง เด็กหนุ่มลูกค้าเจ้าประจำเพียงแต่ยิ้มรับเรียบๆ เท่านั้น “ทานอะไรดีจ๊ะวันนี้?”
“อืม... ขอเป็นพายสักสามสี่ชิ้นนะครับ”
“ได้จ้ะ เห็นว่าช่วงนี้สอบ เดี๋ยวพี่แถมให้ไว้กินตอนอ่านหนังสือดึกๆ ด้วยละกันนะจ๊ะ”
“ขอบคุณครับ” เด็กหนุ่มยิ้มพลางโค้งให้อย่างสุภาพ เขามองหาโต๊ะว่างๆ ภายในร้านเพื่อนั่งรอระหว่างคุณพี่จัดขนมใส่กล่องให้ พลันสายตาสะดุดเข้ากับสองหนุ่มที่นั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะตัวในสุดของร้าน เขายิ้มก่อนจะเดินเข้าไป

“ทำอะไรกันอยู่น่ะ?” พร้อมกับเสียงทักทาย ท่อนแขนใหญ่สองข้างก็ท้าวลงมากับโต๊ะ คร่อมช่วงไหล่เล็กแคบไว้โดยไม่ทันให้ทงเฮได้ตั้งตัว
“ติวหนังสือให้คนเก่งอยู่น่ะสิ” คยูฮยอนเป็นคนตอบ พยักเพยิดหน้าให้เพื่อนร่วมทีมรู้ว่า ‘คนเก่ง’ ที่ว่าคือคนที่กำลังหันซ้ายหันขวา พยายามจะผลักแขนที่คร่อมตัวเองออกอย่างลุกลี้ลุกลน
คิบอมทำเป็นไม่สนใจจุกน้ำพุที่ปัดไปปัดมาอยู่ปลายคางยามที่คนด้านล่างดิ้นรนอยากจะหลุดออกจากกรงแขนของเขา ก้มลงหยิบหนังสือที่วางกองตรงหน้าขึ้นมาดูเล่มหนึ่ง พลางเลิกคิ้ว
“แคลคูลัส? ไหนว่าซองมินจะติวให้ไง?”
“ซองมินเขาไม่ว่างน่ะ ต้องไปช่วยงานอาจารย์ ฉันก็เลยเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยเจ้าหญิงไม่ให้ตกหอคอยไปซะก่อน”
“จะตกม้าตายซะก่อนรึเปล่าก็ไม่รู้” ทงเฮบ่นไปงั้น ไม่ได้สนใจอย่างอื่นนอกจากท่อนแขนใหญ่ๆ ที่พาดอยู่ข้างตัวนี่เลย

หยิกก็แล้ว ตีก็แล้ว เจ้าของท่อนแขนล่ำๆ ก็ไม่ยักกระเทือน พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นรอยยิ้มกวนๆ ที่คนด้านบนส่งมาให้ แถมยังแกล้งถูไถปลายคางตัวเองเข้ากับจุกน้ำพุของเขาอีกต่างหาก ทงเฮเห็นแล้วก็ยิ่งฉุน แกล้งสะบัดผมแรงๆ ใส่กะให้คนเจ้าเล่ห์รำคาญแล้วถอยไปเอง

แต่คิบอมกลับยิ้มแล้วยิ่งก้มหน้าลงไปให้ใกล้ใบหน้าขาวที่เริ่มแดงเรื่อเพราะความหงุดหงิดมากขึ้น
“งั้นให้ฉันติวให้มั้ยล่ะ?”
“ไม่ต้องหรอก” เป็นคยูฮยอนที่ปฏิเสธออกไป “นายต้องอ่านหนังสือ ฉันน่ะสบายๆ อยู่แล้ว ให้ฉันจัดการเองดีกว่า” เขาบอกเรียบๆ ก่อนจะดึงความสนใจของทงเฮให้กลับมาที่ปึกชีทตรงหน้าอีกครั้ง

คิบอมขมวดคิ้วเล็กน้อย เขายืดตัวขึ้นยืนในท่าปกติ ยกมือขึ้นกอดอกมองเพื่อนร่วมทีมอย่างครุ่นคิด


.
.
.

 

สี่โมงเย็นแล้ว ซองมินกำลังเดินออกจากคณะ ตอนที่ร่างสูงใหญ่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมาทางด้านหลัง พร้อมตะโกนเรียกชื่อเขา
"เฮ้! ซองมิน!"
ร่างเล็กหยุดฝีเท้าก่อนจะหันไปมองตามเสียงเรียกนั้น
"อ้าว ซีวอน" รอจนหนุ่มหล่อแห่งคณะนิติศาสตร์เร่งฝีเท้าขึ้นมาทันกัน แล้วซองมินจึงออกเดินต่อ
"จะไปช่วยงานอาจารย์เหรอ?"
"อื้ม แล้วนี่นายมีธุระอะไรแถวนี้เหรอ?"
"อ่า... วันนี้เลิกเร็วเลยแวะมาน่ะ" ซีวอนตอบ ก่อนจะหันไปมองนักศึกษากลุ่มใหญ่ที่เดินตามมา "ทงเฮไปไหนล่ะ ไม่ได้ออกมาด้วยกันเหรอ?"

สองวันแล้วที่เขาไม่ได้เจอหน้าทงเฮเลย ช่วงพักกลางวันที่มักจะไปกินข้าวร่วมโต๊ะด้วยกัน เขาก็ต้องอยู่ติวกับเพื่อนที่คณะ พอตกเย็น เพราะไม่ต้องอยู่รอคยูฮยอนซ้อมบาส ต่างคนก็เลยแยกย้ายกันกลับ คิดว่าทงเฮควรจะโทรหาเขาบ้าง แต่ก็ไม่เลย สุดท้ายเขาเองก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ต้องเป็นฝ่ายมาดักรอที่หน้าคณะเองอย่างนี้

"เพิ่งแยกกันเมื่อกี้ที่หน้าห้องเอง สองสามวันนี้ทงเฮเขารีบกลับ ต้องรีบไปติวหนังสือน่ะ"
"ติวหนังสือ?"
"อื้ม"
"กับใครล่ะ? ก็ในเมื่อซองมินต้อง..."
"บอกไปซีวอนต้องไม่เชื่อแน่ๆ" ร่างเล็กหันมายิ้มอย่างอวดๆ "คยูฮยอนน่ะ เขาบอกว่าจะติวให้เอง"
"โจคยูฮยอนเนี่ยนะ?"
"อื้ม เห็นบอกว่าเพิ่งลงแคลไปเมื่อเทอมที่แล้ว ถึงจะลืมๆ ไปบ้าง แต่ตรงไหนที่ติดขัดเขาก็โทรมาถามฉันตลอดนะ บางวันก็โทรมาซะดึกดื่นเลย ฉันว่าเขาต้องอดหลับอดนอนอ่านหนังสือ เพื่อไปติวให้ทงเฮแน่ๆ"
ซองมินยิ้มเล็กยิ้มน้อยอย่างภูมิใจในความพยายามของปีกขวาทีมบาสรูปหล่อ ซึ่งไม่ค่อยได้มีให้เห็นบ่อยนัก

ซีวอนถึงกับพูดไม่ออก ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมทงเฮถึงไม่โทรหาเขา ทั้งที่ถ้าซองมินไม่ว่าง ทงเฮก็ไม่น่าจะมีทางเลือกอื่นอีก เขาอุตส่าห์ยอมอยู่ติวที่คณะทั้งที่ไม่จำเป็นเลยสักนิด แค่อยากให้ใครบางคนกระวนกระวายใจ และสุดท้ายก็ต้องหันมาหาเขาแบบที่ไม่ได้รู้สึกว่าถูกบีบคั้น แต่เขามองข้ามคยูฮยอนเกินไป แน่นอนว่าหมอนั่นคงไม่ได้เล่าเรื่องที่คุยกับเขาให้ใครฟัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคยูฮยอนเลือกเขามากกว่ากัปตันทีมตัวเอง เพราะสิ่งที่หมอนั่นทำมันตีความหมายได้ไม่ยาก

ไม่สนับสนุนคิมคิบอมอย่างออกนอกหน้า แต่ก็ไม่ได้เข้าข้างเขาเช่นกัน

...คิดดีแล้วใช่มั้ย ถึงได้ทำแบบนี้น่ะโจคยูฮยอน


.
.
.


ใครกันนะที่ชอบค่อนขอดว่าเขาตัวเล็กบอบบาง ทงเฮไม่เคยเชื่อเลย ไม่งั้นทำไมงานที่ต้องใช้แรงงานทั้งหมดในร้านถึงมาตกอยู่ที่เขา ส่วนรยออุคกลับได้ทำแต่งานเบาๆ อย่างช่วยคุณพี่เจ้าของร้านคิดเงินหรือทำบัญชี จะว่าคุณพี่ไม่ไว้ใจเพราะเห็นเขาตกเลขอยู่บ่อยๆ ก็ไม่น่าใช่ สรุปแล้วก็คงเพราะรูปร่างบึกบึนสมชายของเขานี่แหละมั้ง เกิดมาตัวใหญ่กว่าเพื่อนทำไงได้
ทงเฮถอนหายใจให้ความแมนของตัวเองเสียหนึ่งที ก่อนจะละมือข้างหนึ่งจากไม้ถูพื้นขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลตกข้างแก้ม เงยหน้ามองนาฬิกาแขวนผนังก็เห็นว่าเกือบสองทุ่มแล้ว เขามองไปรอบๆ ร้าน แล้วก็ต้องย่นจมูก เวลาใกล้ปิดร้านแบบนี้แทนที่ร้านจะโล่ง แต่โต๊ะตัวในสุดของร้านยังปรากฏร่างสูงใหญ่ของลูกค้าคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ เขาหันกลับไปมองคุณพี่ที่กำลังง่วนกับการคิดเงินที่เค้าท์เตอร์หน้าร้าน ก่อนจะขยับไม้ถูพื้นเข้าไปใกล้โต๊ะตัวในสุด

"ร้านจะปิดแล้ว"
น้ำเสียงห้วนๆ นั้นทำให้คุณลูกค้ามาดเข้มที่นั่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือสองสามเล่มตรงหน้ามาตั้งแต่เย็นต้องมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง
"อ่า... สองทุ่มแล้วเหรอเนี่ย..." คิบอมยืดตัวขึ้นเพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการก้มหน้าอ่านหนังสือนานๆ มือข้างหนึ่งยืดขึ้นไปในอากาศ ส่วนอีกข้างก็บีบนวดแถวหว่างคิ้วตัวเอง "อ่านหนังสือเพลิน ไม่รู้เวลาเลย"
ทงเฮไม่ได้พูดอะไร เอาแต่ยืนจ้องลูกค้ารายสุดท้ายตาแป๋ว กะจะกดดันให้รีบๆ เก็บหนังสือแล้วลุกออกไปเสียที เขาจะได้ทำหน้าที่เช็ดถูพื้นให้เสร็จสิ้น แต่คิบอมกลับกรอกตามองเขาหัวจรดเท้า ก่อนบอกหน้าตาเฉย
"ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสิ เดี๋ยวฉันไปส่ง"
"ไม่ต้องอะ" ทงเฮส่ายหน้า "นายกลับไปอ่านหนังสือต่อเถอะ"
"ไปส่งนายก่อนแล้วค่อยกลับไปอ่านก็ได้"
"ไม่เป็นไร ฉันกลับเองได้"
"รู้ว่ากลับเองได้ แต่ฉันอยากไปส่ง"
"ไปทำไม เสียเวลา"
"เวลาของฉัน นายเดือดร้อนอะไร"
"นายนี่มัน...!" ทงเฮชักจะฉุน อุตส่าห์หวังดีไล่ให้กลับไปอ่านหนังสือที่บ้าน พ่อกัปตันทีมบาสนี่ดันมากวนประสาทหน้าตาเฉยซะได้ "ก็แล้วทำไมต้องไปส่งทุกวันด้วยเล่า!"
"ก็ไปส่งทุกวันอยู่แล้ว ทำไมต้องถาม" คิบอมยังย้อนหน้าตาย โดยไม่สนใจพนักงานร้านคนสวยที่กำลังควันออกหูเหมือนหม้อต้มน้ำที่เดือดปุดๆ เขาปิดหนังสือที่อ่านอยู่เมื่อครู่แล้วรวบอีกสองเล่มบนโต๊ะมาถือไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะลุกขึ้นยืน "ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ ฉันจะรอข้างนอก"

เจอตัดบทด้วยคำสั่งกลายๆ แล้วหันหลังให้แบบนี้ทงเฮก็ได้แต่เงื้อหมัดตามหลัง จะด่ากลับก็ไม่กล้าเพราะกลัวคุณพี่เจ้าของร้านจะเห็นเข้า ได้แต่กระแทกเท้าปึงปังด้วยความหัวเสียอยู่คนเดียว

 

คิบอมพาทงเฮเดินทอดน่องไปตามทางกลับหอพักอย่างไม่รีบร้อน ทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลยหลังจากที่เดินออกมาจากร้าน ดูเหมือนทงเฮยังคงหงุดหงิดอยู่ เขาทิ้งระยะการเดินให้ห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินน้ำหน้าอยู่ไปสามถึงสี่ก้าว คิบอมจะคอยหันมามองเขาเป็นทางครั้งเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หยุดรอหรือเรียกให้เขาเร่งฝีเท้าให้ทันกัน กระทั่งตอนที่ทั้งคู่เดินผ่านสวนสาธารณะ กระแสลมเย็นๆ ก็พัดมาวูบหนึ่ง คิบอมจึงหยุดเดิน

“อากาศเริ่มเย็นแล้วนะเนี่ย...” เขาแหงนหน้าขึ้นไปมองบนฟ้า มือข้างที่ไม่ได้ถือหนังสือล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง บรรยากาศรอบตัวคนทั้งคู่เงียบเสียจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง ท่ามกลางความเงียบนั้น น้ำเสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน “หลังสอบเสร็จ ช่วงเก็บตัวหนึ่งอาทิตย์ก็เข้าหน้าหนาวพอดี ตอนช่วงที่อากาศเปลี่ยน จะไม่สบายง่าย นายต้องระวังด้วยนะ”
“.......?” ทงเฮได้แต่เลิกคิ้วอยู่ทางด้านหลัง ไม่กี้อยู่ในร้านยังสั่งเอา สั่งเอา แล้วนี่อยู่ดีๆ ก็มาทำเป็นห่วง เปลี่ยนโหมดได้เร็วดีจริงๆ
“เวลาที่ฉันไม่อยู่ นายต้องกลับบ้านคนเดียว ตอนกลางคืนอากาศจะเย็นมาก นายต้องหาเสื้อผ้าหนาๆ ใส่นะ”
“เรื่องนั้นใครเขาก็รู้หรอกน่า ทำมาสั่งเหมือนฉันเป็นเด็กๆ ไปได้...”
“นายก็เป็นซะแบบนี้” ร่างสูงหันมาดุเข้าให้ “เวลาใครพูดอะไรเพราะหวังดีก็หัดฟังซะบ้าง ไม่ใช่เอาแต่เถียงไม่ลืมหูลืมตา” ไม่ทันไรคิบอมก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นโหมดเข้มอีกครั้ง เพราะจอมดื้อของเขาไม่เคยยอมลดลาวาศอกให้ซักเรื่อง พอจะคุยด้วยดีๆ ทีไรก็ทำเสียเรื่องซะหมด

ร่างสูงถอนหายใจหนักๆ อ่อนใจกับคนตรงหน้าเสียจริงๆ ถ้าใจแข็งพอจะหันหลังแล้วเดินหนีไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดได้ก็คงจะดี แต่ก็รู้ว่าตัวเองทำแบบนั้นไม่ได้ แค่เห็นคนตัวเล็กเอามือถูต้นแขนตัวเองไปมาเพราะอากาศเย็นที่ล่วงล้ำเข้าระคายผิวขาวจัดใต้เสื้อเชิ๊ตตัวบางแล้วก็ใจอ่อน
“มานี่สิ...” คิบอมเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลลง แต่ทงเฮก็ยังลังเล มองหน้าร่างสูงอย่างไม่ไว้ใจนัก คิบอมจึงส่งยิ้มอ่อนโยนให้พลางเอียงคอไปทางพื้นที่ว่างข้างตัว “เดินมานี่เถอะ”

ทงเฮลอบถอนหายใจเบาๆ ถึงจะตามไม่ทันกับอารมณ์ที่แปรปรวนได้ง่ายๆ ของผู้ชายขี้เก๊กตรงหน้า แต่ก็ยอมเดินเข้าไปหาตามที่บอก

...เดี๋ยวจะหาว่ากลัว

รอจนเด็กดื้อเข้ามายืนเคียงข้าง คิบอมจึงซ้อนทับช่วงอกกว้างของตนเข้ากับแผ่นหลังบอบบางของคนตัวเล็กกว่า ถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่ผิวบางที่เริ่มเย็นเพราะลมหนาว

ไม่ใช่เพียงแค่ความอบอุ่นที่แผ่นหลังเท่านั้นที่ทงเฮรู้สึกได้ เสียงจังหวะหนักหน่วงภายใต้แผ่นอกที่แข็งแกร่งนั่นก็เช่นกัน เขาได้ยินมันชัดเจนราวกับเป็นเสียงหัวใจของตัวเอง หากแต่ทงเฮไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเขาทั้งคู่อยู่ใกล้กันเกินไปหรือเพราะหัวใจของเขาทั้งสองต่างก็เต้นในจังหวะเดียวกันกันแน่ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาร่างสูงเพียงเล็กน้อย ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของคนตัวสูงกว่าที่ปะทะปลายจมูกทำให้เขาต้องก้มหลบสายตาไปอีกครั้ง ก่อนจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายใช้ไหล่ดันเบาๆ ให้เขาเดินไปข้างหน้า
 
ทั้งคู่ออกก้าวเดินอีกครั้ง ...เคียงข้างกัน

...สายลมเย็นในต้นฤดูหนาวทำอะไรเด็กหนุ่มทั้งสองคนไม่ได้เลย
 

“ติวหนังสือเป็นไงบ้าง?” เสียงทุ้มที่ถามทำลายความเงียบขึ้นมา ทำเอาทงเฮสะดุ้งไปเล็กน้อย
“กะ.. ก็ดี”
“แค่วิชานี้ใช่มั้ยที่น่าเป็นห่วง ตัวอื่นนายพอเอาตัวรอดได้ใช่มั้ย?”
“คิดว่าฉันโง่ทุกเรื่องเลยรึไง” จอมดื้อยังไม่หมดฤทธิ์ง่ายๆ ถามย้อนพลางจ้องเขาตาแป๋ว คิบอมได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหน้า
“ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค่อยากให้นายสอบผ่านทุกตัว ตอนแข่งรอบคัดเลือกจะได้ไปเชียร์ฉัน”
“ใครว่าจะไปเชียร์นาย ฉันจะไปเชียร์คยูฮยอน”
“อยู่ทีมเดียวกันก็เหมือนเชียร์ฉันนั่นแหละ”
“แต่ฉันจะไปเชียร์คยูฮยอนคนเดียว”
คิบอมหัวเราะเบาๆ พลางส่ายหัวอย่างระอาในความดื้อดึงของคนตัวเล็ก
“เอาเถอะ จะเชียร์ใครก็ได้ ฉันแค่อยากให้นายอยู่ที่นั่น อยากมองเห็นนายเวลาที่ฉันอยู่ในสนาม” น้ำเสียงจริงจังของคิบอมเรียกให้คนข้างๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง จอมดื้อของเขาจะมองออกมั้ยนะ ว่าแววตาของเขาเองก็จริงจังไม่แพ้กันสักนิด

...แต่สงสัยจะไม่

เพราะทงเฮกลับย่นจมูกใส่เขา
“เห็นทุกวันแบบนี้ยังไม่เบื่ออีกรึไง ฉันยังเบื่อนายจะแย่”
คิบอมหัวเราะออกมาอีกครั้ง ก่อนก้มลงกระซิบที่ข้างหูคนปากแข็ง
“ทำเป็นเบื่อไปเถอะ อีกหน่อยจะขาดไม่ได้”
“ชิ!”


พูดถึงเรื่องแข่งแล้วทงเฮก็นึกขึ้นได้ เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปเร็วจริงๆ เหมือนจะเพิ่งได้ยินคยูฮยอนบอกว่า “เดือนหน้าจะมีแข่งระดับมหา’ลัย...” อยู่เมื่อไม่กี่วันนี้เอง แป๊บเดียวก็ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว ทงเฮพยายามนึกว่าทำไมตอนนั้นเขาถึงไม่อยากให้ถึงวันแข่งนัก แล้วก็ต้องมาถึงบางอ้อ ว่าสาเหตุก็เพราะคนตัวโตข้างๆ เนี่ยแหละ

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นที่สนามบาสวันนั้น ทำให้เขาผวาทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า “การแข่ง...” ก็เพราะใครกันล่ะที่เฝ้าขู่อยู่ทุกวันว่าแผลที่เกิดจากฝีมือของเขานั่นอาจจะหายไม่ทันวันแข่งก็ได้ แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นมีอะไร ไปหาหมอครั้งสุดท้ายก็ผ่านไปหลายวันแล้ว แต่คิบอมก็ยังไม่ยอมแกะพลาสเตอร์ที่ปิดแผลออกเสียที

“แผลนาย... ไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ย?” เขาตัดสินใจถามออกไป อดลุ้นไม่ได้ว่าแผลที่หน้าผากของคิบอมจะหายสนิทดีแล้วรึยัง ถ้าไปลงแข่งทั้งแบบนี้จะกระเทือนแผลมั้ย ทั้งหมดนี่ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงพ่อกัปตันทีมบาสจอมเก๊กนี่ แต่ห่วงอนาคตสถานภาพนักศึกษาของตัวเองต่างหาก
 
คิบอมลอบยิ้ม ก่อนจะก้าวยาวๆ ขึ้นมายืนดักหน้าคนตัวเล็กไว้ ก้มหน้าลงให้ทงเฮเห็นพลาสเตอร์ที่หน้าผากของเขาชัดๆ
“ดูเอาเองสิ”
“ไม่เอาอะ” ทงเฮส่ายหน้า
“ทำไมล่ะ? สงสัยก็เปิดดูเลยสิ”
เห็นคิบอมท้าทาย แถมยังยิ้มเสียราวกับว่ามันเป็นเรื่องสนุก ทงเฮก็ยิ่งขยาด
“เรื่องอะไรล่ะ เกิดนายเป็นอะไรขึ้นมาจะมาโทษว่าเพราะฉันเปิดแผลนายอีก”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า...”
ถึงจะบอกแบบนั้นแต่ทงเฮก็ไม่เล่นด้วย เบี่ยงตัวหลบคิดจะเดินหนี แต่คิบอมก็ก้าวมาดักหน้าไว้ได้อีก คว้าจับข้อมือของเขาไว้ ก่อนจะนาบฝ่ามือมือเล็กที่เย็นเฉียบของเขาเข้ากับข้างแก้มตัวเอง ทำเอาทงเฮสะดุ้งทำตาโต คิดจะชักมือกลับแต่คิบอมก็ยังยึดมือเขาไว้จนแน่น จับให้ปลายนิ้วเล็กเรียวสัมผัสกับแผ่นพลาสเตอร์ที่หางคิ้วของเขาแผ่วเบา พลางจ้องนัยน์ตาคมเข้ามาสบตากับเขา
“เปิดสิ”
คำสั่งนั้นช่างแผ่วเบาราวกับคำอ้อนวอนขอ อาจเป็นเพราะว่าในใจของคิบอมกำลังขอร้องให้ทงเฮเปิดพลาสเตอร์แผ่นนี้ออกเสียที เขามีบางอย่างที่อยากจะบอกกับร่างบางตรงหน้า ...ความจริงทุกอย่างที่เขาเก็บมันเอาไว้ ขอแค่ทงเฮยอมเปิดมันออกเท่านั้น เขาพร้อมจะเล่าทุกอย่างให้ฟังในวันนี้

...ขอแค่ทงเฮพร้อม และกล้าที่จะเปิดมันออกเท่านั้น

แต่ทงเฮกลับส่ายหน้า
“ไม่เอาอะ ฉันไม่อยากรู้แล้ว” เขาออกแรงผลักคิบอมออกจนพ้นทางก่อนจะรีบวิ่งหนีไป

อีกไม่กี่เมตรก็ถึงหน้าพักของทงเฮแล้ว คิบอมจึงหยุดอยู่เพียงแค่นั้น เขามองจนแน่ใจว่าทงเฮกลับเข้าหอไปอย่างปลอดภัยแล้วจึงถอนหายใจออกมา หัวเราะพลางส่ายหน้าให้กับความขี้ขลาดของตัวเอง ใครจะรู้ว่ากัปตันทีมบาสเก็ตบอลของมหาวิทยาลัยผู้แข็งแกร่งก็มีเรื่องที่ไม่กล้าพูดออกมาเหมือนกัน
 
ก่อนจะหันหลังจากไป คิบอมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดอะไรยุกยิกอยู่ครู่หนึ่งแล้วเก็บมันลงกระเป๋าตามเดิม เขาแหงนหน้าขึ้นมองชั้นสามของหอพักแล้วยิ้มบาง

“ฝันดีนะ ลีทงเฮ”

 

ทงเฮวิ่งขึ้นบันไดสามชั้นมาแบบรวดเดียวไม่มีพัก ก่อนจะต้องมาหยุดยืนหอบอยู่หน้าประตูห้องพักตัวเอง ตอนนั้นเองที่เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงทำเอาเขาสะดุ้งโหยง

‘ตอนนอนอย่าลืมห่มผ้าด้วยนะ ฝันดีล่ะ’

ข้อความมาจากหมายเลขที่เขาไม่ได้บันทึกชื่อไว้ ทงเฮยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมอกข้างซ้ายไว้แล้วตบเบาๆ ให้เสียงหัวใจที่เต้นหนักหน่วงราวกับรัวกลองอยู่ในอกตัวเองสงบลง โทษว่าเป็นเพราะเขาเหนื่อยจากการวิ่งขึ้นบันได้มา ไม่ใช่เพราะข้อความจากคนขี้เก๊กนั่นที่ทำให้เขาตื่นเต้นแบบนี้

พอลมหายใจเริ่มจะกลับมาเป็นปกติได้บ้าง ทงเฮก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อจู่ๆ เจ้าเครื่องสีดำในมือก็แผดเสียงร้องออกมาจนเขาตกใจจนแทบจะทำมันหล่น พยายามประคองมันไว้ด้วยสองมืออย่างมั่นคงก่อนจะเปิดฝาพับขึ้นดูชื่อคนที่โทรเข้ามา แล้วจึงกดรับสาย
“วะ... ว่าไงซีวอน?”
[ถึงบ้านรึยัง?]
“อืม เพิ่งถึงเนี่ยแหละ มีอะไรรึเปล่า?”
เหมือนจะได้ยินปลายสายถอนหายใจเบาๆ
[พักนี้ไม่ค่อยเจอกันเลยนะ เห็นซองมินบอกว่าคยูฮยอนติวให้นาย เป็นห่วงก็เลยโทรมาถาม]
“อ๋อ ก็พอได้น่ะ ฉันก็หวังแค่ผ่าน ไม่ได้กะจะได้ท๊อปอยู่แล้ว”
[อืม งั้นก็ดี แต่ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะ]
“ขอบใจ”
บทสนทนาขาดหายไปชั่วอึดใจ คล้ายปลายสายจะรอให้ทงเฮพูดอะไรต่อ แต่ก็ไม่มี สุดท้ายจึงได้ยินเพียงเสียงถอนหายใจอีกครั้ง
[งั้นก็พักผ่อนเถอะ ฉันไม่กวนนายแล้ว]
“อืม บาย”
 

มองจากใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าหอพักแล้วสามารถเห็นความเคลื่อนไหวของคนที่พักอยู่บนชั้นสามได้อย่างชัดเจน เขาเห็นทงเฮง่วนอยู่กับการควาญหากุญแจห้องในกระเป๋าสะพายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดประตูออกแล้วเดินเข้าห้องไป ร่างสูงจึงเดินออกมาจากเงามืดของใต้ต้นไม้นั้น เขาหันมองทางเดินหน้าหอพักที่ร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนเพิ่งจะลับสายตาไปเมื่อครู่ พลางกำมือข้างที่ถือโทรศัพท์ไว้จนแน่น

“แล้วจะได้เห็นดีกัน! คิมคิบอม”

 

 


TBC.

 


Author’s talk: ตอนนี้ใส่ช็อตสวีทเข้าไปให้เยอะเลย คงจะพอชดเชยช่วงที่หายไปได้บ้าง ^^
ความจริงค่อยๆ เปิดเผยออกมาทีละน้อย คนก็เริ่มเคืองซีวอนมากขึ้น เอิ๊กกก วอนผิดตรงไหน?

เจอกันอีกครั้งในจีสิบค่ะ ^^

ปลาลิง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดภายในอาทิตย์นี้จะอัพน้ำแข็งให้นะคะ ใครที่ลืมๆ เรื่องนี้ไปบ้างแล้ว กลับไปอ่านตอนเก่าๆ รอไว้ได้เลยนะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊สๆๆอัพแล้วดีใจจัง

#1 By KiissHy on 2009-11-01 23:20

อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยเขิน
เค้ามาดูเกือบทุกวันเลย=O=~
ในที่สุดก็อัพแล้ว

ให้คยูติวให้จะรอดแน่นะแก55555

คิเฮหวานจังตอนนี้ แอบเคืองซีวอน~555

ไมได้เคืองที่ว่าชอบทงเฮหรอก แต่เคืองที่อยากให้ทงเฮมีตัวเองคนเดียว... มันดูปิดกั้น55

ถ้าทงเฮแกะพลาสเตอร์มันมีบางอย่างใช่มั๊ย?...จริงๆแอบคิดไว้แล้วแหละ... แต่ไว้รอไรเตอร์เฉลยดีกว่า

รอจี10นะคะ^^

ปล.ถ้าจบจะรวมเล่มมั๊ยอ่า?อยากได้5555ชอบ

สู้ๆค่ะ

#2 By KiissHy on 2009-11-01 23:39

ที่รักคะ แน่ใจนะว่านี่ใส่ช็อตสวีทไปเยอะแล้ว
ทำไมหนิงอ่านไปแล้วรู้สึกมาคุตลอดเวลาเลยอ่ะ
แถมอ่านไประแวงคุณชายไปตลอดเวลา
นี่ตกลงว่าคุณชายมันจ้องจะกดบอมจริงๆใช่ป่ะคะ sad smile

#3 By aninny on 2009-11-02 10:29

เย้ ! อัพแล้ว ๆ

อ๊างงงงงงงงงงงค์
คิเฮ๊ คิเฮ~
หวานได้อีกนะคั๊บบ!! > <"
อ่านแล้วนั่งเขินอยู่คนเดียวหน้าคอม ๕๕'
โดนพี่ด่าว่าบ้าเลย คริคริ..~

เอิ่มมมม,,ให้คยูติว
จะรอดไหมล่ะทงเฮ~
ไปให้กัปตันติวให้ดีกว่าน้า หึ หึ..~
รับรอง ท็อปเลยนะเออ~

หง่ะ ซีวอนนน,,รุ้สึกเคืองแกชะมัด!! =[]=
แบบนี้เค้าเรียกเห็นแกตัวรึเปล่า!?


ว๊ากกก รอGee 10 คับผ้ม!!! ^ ^

#4 By ZOTA on 2009-11-02 22:17

ทำไมทงเฮไม่แกะพลาสเตอร์น๊า
บอมจะบอกอะไรอ่า ฮื่อออออออ
วอนอ่า ปล่อยทงเฮไห้บอมเถอะะะะะะะ

#5 By ninanani : DH on 2009-11-02 22:40

..........น้ำแข็งไสเค้าอ่ะ?

น้ำแข็งไสเค้าอ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!????????

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ พี่แอนใจร้ายยยยยยยยยยยยยย ให้เค้ารอเป็นเดือนเลยอ่ะ!!!!!!!!! ใจร้ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แล้วนี่อะไร มีเคืองอะไรวอนด้วย??? โหยยยยยยย ทำร้ายวอนเรื่องโน้นไม่พอ เรื่องนี้ก็ให้วอนโดนคนอ่านเคืองกันด้วย พี่แอนใจร้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!

พาเจ๊มาคู่กะวอนเลย คิเฮเค้าจะได้อยู่กันอย่างสงบสุข ซองมินก็คู่กะคู้ไปโน่น !!

แต่เหนืออื่นใด รีบอัพน้ำแข็งไสเลยยยยยยยยยยยยยย!!!

งอลลลลลลลลลล!!!

#6 By reiki & 재중 on 2009-11-04 20:52

งือ อ่านแล้วสงสารชายวอนอ่ะ
คือหลายคนอาจจะไม่ชอบ แต่เรารู้สึกว่าก็เค้ารักของเค้าหนะ
แต่เค้าแค่ไม่ได้บอกออกไป ไม่ได้เอ่ยปากว่ารัก แต่พอคิดว่าต้องเสียไปเลยอยากได้กลับมา
ก็แหมเค้าอุตส่าห์เฝ้าดูแล เฝ้าห่วงกันมาตั้งนานนิ
เค้าสงสารชายวอนอ่า

แต่ว่าคู่คยูมินนี่น่ารักเนอะ เพิ่มบทให้น้องมินหน่อยน้า
เด็กน่ารักคนนั้นลูกสาวเค้าเอง กริๆๆ

เค้าแอบอ่านมานานแล้ว แต่เพิ่งปรากฎกายค่า
สารภาพว่าติดฟิกบ้านนี้มากกกก
อ่านแล้วรู้สึกว่ามันหวาน อบอุ่น มีแต่กลิ่นของความรักลอยวนอยู่เต็มไปหมด อ่านแล้วมีความสุขม๊าก มาก
ติดแบบถึงที่สุด ต้องเเวะเข้ามาดูทุกวันว่าอัพรึยัง บางวันเข้ามันสามเวลา เช้า เที่ยง เย็น ติดหนึบๆ เลยอ่า

#7 By aha (124.121.70.238) on 2009-11-04 21:36

แว้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
พอเนตเค้าเน่าก็อัพเลยนะพี่สาว
เป็นเม้นที่ 8 (ถ้าไม่มีใครจัดหน้านะ)
เม้นเลขฮยอกจี้ เอาจี้มาหลอกหลอนพี่แอนนนน ปรื๋อออออ

เฮ่อ เริ่มเกลียดลูกเขย รู้ว่ารัก แต่ช่วยรักจี้ได้มั้ย(ซะงั้น)
แต่ถ้ากี้รู้แต่แรกว่าเชวรักทงก็คงไม่เอาบอมเข้ามาเกี่ยวแ
้ลวมันจะเป็นคิเฮได้ไง กี้ต้องไม่รู้อ่ะถูกแล้ว
ภูมิใจไว้กี้น้องรัก สาวกคิเฮจะขอบคุณนาย ฮ่าๆๆๆๆ

เฮ่อ กลัวใจ กลัวลูกเขยทำร้ยลูกชายทำไงดี
จะโทษก็โทษหัวใจทงที่ให้บอมไปหมดแล้วล่ะเชว(โหห เน่า)
เชว แก(เปลี่ยนสรรพานามทันที)ไม่มีวันชนะลูกชายชั้นหรอก
เอาลูกสาวชั้นไปแทนแล้วกัน
อ่ะ ไก่ย่างจิระพันธ์ ฮ่าๆๆๆๆๆ
(พี่แอน--หลอนไม่เลิกเนอะยัยคนนี้)

ชอบประโยคนี้
“ทำเป็นเบื่อไปเถอะ อีกหน่อยจะขาดไม่ได้”

เป็นไงตอนนี้ซึ้งยังทง อิบอมมันลงรูหายไปไม่ยอมโผล่ออกมา เป็นไง
คิดถึงอ่ะดิ ขาดไม่ได้อ่ะดิ โถ่
ไปอยู่จีน ไกลเลยใช่มั้ยล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ

(ที่เม้นมาเกี่ยวกะฟิตมั่งมั้ยยัยเนย)

เอาเป็นว่าเค้าจะกดดันรอกินกบ งับขากบต่อไปในจี 10 นะจ้ะ พี่สาววววว

#8 By heelumos on 2009-11-05 09:23

พี่แอนนนนนนนนนนนนนนน

มาแล้วววววววววววววววววววว จะบอกว่าอ่านไปแล้วรู้สึกว่า.....
รู้สึกว่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา... ทำไมฟิคพี่แอนครั้งนี้มันถึงได้.... สั้นจริงหนอออออ
พี่แอนอ่ะ อยากอ่านต่อๆๆๆๆๆๆๆๆ รีบลงจีสิบก่อนไม่ได้เหรอค้า น้องไม่ทวงฟิก แต่น้องจะรอนะคะ
เอิ๊กกกกกกกก

แล้วครั้งนี้ชายม้า ได้ใจมาก ร้ายต่อเนื่องแต่ก็ไม่ได้ติวกะทงซะทีติดตาบอมตลอด (ทำดีมากลูกเขย)
แต่ว่าๆๆๆ ตกลง.. ทงของแต (หิหิ) จะเสร็จม้ามั้ยอ่ะพี่แอน (แอบอยากให้มีสวีทให้ม้าได้ใจเป็นม้าคึกซักหน่อยนะ)
แต่ถ้าเป็นจริงๆ จังๆ แตไม่ยอมน้า แล้วคิบอม ตาคนนี้ ตาคนนี้~~~~~... ให้เปิดพลาสเตอร์นั่น... มันหมายฟามว่าอย่างรายย
ฟามจริงแล้วใต้พลาสเตอร์นั่นมันไม่ได้มีแผลอะไรเลย ใช่ม๊ายยยย โฮ้ววววววววว โหดร้าย
น้องบู่โดนคนที่รักทำร้าย ทั้งชายม้า ทั้งตาบอม ทำอย่างนี้กะบู่ได้ยังง๊ายยยยย

แต่คนที่เหวอสุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้นคยูน้อยของแต (อีกแล้ว) เหวอที่รู้ว่าชายม้าก็รักทง
เหวอตรงที่ไม่รู้จะเข้าข้างใคร... 555 เป็นไงบอกแล้วอย่ายุ่งเรื่องชาวบ้าน ของอย่างนี้มันต้อง
เป็นไปโดยธรรมชาตินะคยู คู่แล้วไม่แคล้วกันน่ะ... ติดตามคาแร็คเตอร์คยูต่อไปว่าจะพัฒนาไปทางไหน


(รู้สึกโหยหวนมากไปลดเลเวลนิดนึง)
พี่แอนคะเรื่องราวมันเป็นอย่างงี้ใช่มั้ยคือ คยูน้อย ช่วยบอมโกหกบู่ แต่ชเวก็แอบรักบู่
เหมือนกัน แต่ๆๆๆ ถ้าฟามจริงเปิดเผยคนที่เจ็บปวดต้องเป็นบู่นะเนี่ยะ
โดนกระทำจากทั้งบอม ทั้งเพื่อนอย่างชายม้านี่.. โอ้ววว (เริ่มวนเข้าอิรอบเดิม ยังกะพี่แอนจะมาเฉลย)
แต่ก็สงสารฉ่อยยังไงไม่รู้ เพราะทงคงไม่เปลี่ยนใจจากเพื่อนยกระดับมาเป็นแฟนแน่นอน
คนหนักแน่นมั่นคงอย่าง อีทงแฮ คำว่า "เพื่อน" ก็ต้องหมายความว่า "เพื่อน" ใช่มั้ยคะพี่แอน (อิอิ ล๊อบบี้พี่แอนไปในตัว)
อีกอย่างช่วงนี้ทงเริ่มเอนเอียงเผยใจไปทางบอมทีละน้อยแล้วด้วย... แถมดูท่าเจ้าตัวก็ยังไม่รู้สึก
กับความอ่อนไหวของตัวเองซะด้วย... พี่แอนคะจีสิบ ให้บอมเปิดหัวใจทงแฮให้ออกมาเลยดีกว่านะคะพี่
น้องอึดอัดแทนบอมอ่ะ (เอิ๊กกกกก)


สุดท้ายนี้... น้องจะรอจีสิบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สู้ๆ นะคะพี่สาว (ยังไงก็จะถือพู่เชียร์ข้างสนามเหมือนเดิมจ้า)

#9 By กระแต (202.139.223.18) on 2009-11-07 00:23