[Fic] Dark Melody - Chapter 4.4

posted on 24 Nov 2012 23:00 by mondaymaybe in Dark-Melody
 
Title: Dark Melody - Chapter 4.4
Paring: Jay Kim x Kim Heechul
Rating: PG-13
Genre: Yaoi, A/U, Horror
Warning: นิยาย เรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการส่วนบุคคล และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์ระหว่างชายและชาย ตัวละคร รวมทั้งสถานที่ต่างๆ ที่อยู่ในเรื่อง เป็นเพียงการสมมุติขึ้นเพื่อเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่อง โดยไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหายทั้งสิ้น หากนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านไม่พึงประสงค์ ไม่ชอบ หรือรังเกียจ กรุณาปิดหน้านี้ลงเสียด้วยความสงบ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ ^^

..................



ตอน: นัดบอด
ตอนที่ 4

 

 

กว่าจะมาถึงน้ำตกที่จองโมบอกก็ปาเข้าไปเที่ยงกว่า เจ้าตัวเล็กที่ยังนั่งบ่นว่าหิวมาตลอดทางทั้งที่แอบชิมผลไม้ที่สวนเพาะพันธุ์มาตั้งเยอะ แต่พอเห็นธารน้ำใสๆ ที่ไหลตกลงมาจากผาสูง ท่ามกลางร่มไม้หนาทึบที่แซมด้วยดอกไม้ป่าสีสวยๆ กับหินก้อนใหญ่ที่เรียงตัวกัน น่าไปนั่งหย่อนขาเล่น มินฮวานก็ดูจะร่าเริงขึ้นทันตา  

 

“ว้าววววว!! สวยจังเลยฮะ!”

“อย่างที่พี่บอกมั้ยล่ะ”

“อื้อ! ผมลงไปเล่นได้มั้ย?”

“ได้ แต่นายต้องช่วยพี่ขนของลงจากรถก่อนนะ แล้วเดี๋ยวจะปิ้งบาร์บีคิวให้กิน”

“โอเคเลยฮะ!”

พอมีของกินมาล่อ เจ้าตัวเล็กก็ไม่มีอิดออด เขาขนอุปกรณ์ปิกนิกจากท้ายรถไปกองไว้ข้างๆ น้ำตก ตรงที่พี่จองโมบอก

“เดี๋ยวจองชินปูผ้าแล้วช่วยก่อกองไฟให้ที มินฮวานเอาผลไม้นี่ลงไปด้วย เอาแตงโมไปแช่ไว้ในน้ำตกนะ ตรงแอ่งหินที่น้ำตื้นๆ นั่นน่ะ”

“ทำไมอ่ะพี่?”

“น้ำตกนี่เย็นมาก เอาไปแช่ไว้ซักพัก พอเอาขึ้นมาหั่นกินแล้วเนื้อแตงโมจะเย็นมาก เหมือนแช่ตู้เย็นเลยไงล่ะ เอ้อจองชิน เอากีต้าร์ลงไปด้วยนะ”

“โอเค”

 

 

“มา ฉันช่วย” เจย์เข้าไปช่วยเด็กหนุ่มเอาก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นมาวางเรียงไว้เป็นวง ขณะที่จองชินค่อยๆ เทถ่านไม้ที่เตรียมใส่ถุงมาจากบ้านลงไปในวงนั้น ก่อนจะเดินออกไปหาเศษกิ่งไม้และใบไม้มาเป็นเชื้อไฟเพิ่ม

 

ส่วนคนว่างงานที่ไม่ได้รับมอบหมายอะไรก็เดินเลาะไปตามธารน้ำตกคนเดียว เห็นจองโมบอกว่าน้ำที่นี่เย็นนักหนา พอเจอแอ่งน้ำตื้นๆ ก็เลยนึกอยากจะลองแช่เท้าเล่น ฮีชอลถอดรองเท้าออกแล้วค่อยๆ แตะปลายเท้าลงบนน้ำ

“พับขากางเกงด้วยนะ เดี๋ยวจะเปียก”

แต่เสียงเข้มงวดก็ยังตามมากำชับ นักร้องหนุ่มถึงกับเซ็ง ขนาดมือไม่ว่างยังอุตส่าห์จ้องจับผิดเขาอยู่ได้

“ไม่พับให้เองซะเลยล่ะ?”

ตั้งใจจะประชดไปอย่างนั้น แต่พอเห็นเจย์วางมือจากเศษใบไม้กับไฟแช็คแล้วหันมามองหน้าเขาตรงๆ ฮีชอลก็รู้ว่าขืนเขายังยืนกอดอกจ้องหน้าท้าทายอีกฝ่ายอยู่แบบนี้ เจย์คงได้ลุกขึ้นมาจริงๆ แน่

“...รู้แล้วน่า”

 

จองชินยังแอบเห็นรอยยิ้มที่มุมปากผู้จัดการหนุ่มตอนที่เขาจุดไฟแช็ค

“ฮีนิมเวลาอยู่บนเวที กับเวลาที่อยู่กับพี่เนี่ย คนละคนกันเลยนะครับ”

“ทำไมล่ะ”

“ก็ปกติจะไม่ค่อยคุยกับใคร ชอบทำหน้านิ่งๆ ดุๆ แต่เวลาไม่พอใจอะไรก็จะแสดงออกมาอย่างชัดเจน วีนแตกเหมือนระเบิดลงจนคนรอบข้างกระเด็นไปคนละทิศละทาง เหมือนพวกศิลปินติสแตกที่ใช้แต่อารมณ์”

“อา...ฮะ”

“แต่ว่า เวลาอยู่กับพี่เจย์ ฮีนิมจะเหมือนลูกแมว ข่วนบ้าง แง้วบ้าง แต่ก็ชอบให้เจ้าของเอาอกเอาใจ”

เจย์คิดตามแล้วก็พยักหน้าช้าๆ

“...เหมือนเจ้าฮีบอม”

“ใช่ครับ! เหมือนเจ้าฮีบอมเลย นิสัยคล้ายกันมาก ...เอ้อ แล้วเจ้าตัวแสบเป็นไงมั่งครับ พี่สองคนไม่อยู่บ้านแบบนี้แล้วมันอยู่กับใคร?”

“เจ้าของมันทำท่าว่าจะพามาด้วย ฉันเลยเอาไปฝากไว้ที่บ้านซึงฮวานตั้งแต่วานซืนแล้ว”

ผู้จัดการหนุ่มบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่คนฟังกลับกลืนน้ำลายยาก โลกนี้คงมีแต่พี่เจย์คนเดียวจริงๆ ที่ขัดใจคนโมโหร้ายอย่างฮีนิมได้

 

 

ไม่ถึงสิบนาที กองไฟสำหรับย่างบาร์บีคิวก็พร้อม จองโมขนกล่องอาหารที่เตรียมจากบ้านมาวางไว้ข้างๆ ในนั้นมีเนื้อที่แม่ของเขาหั่นเป็นชิ้นแล้วเสียบไม้เตรียมไว้ให้ เพราะเห็นว่าสายมากแล้ว และทุกคนยังไม่มีอะไรหนักๆ ตกถึงท้องมาตั้งแต่เช้า จองโมถึงได้กุลีกุจอวางเนื้อลงบนตะแกรงที่เตรียมไว้ เขาหั่นฝักข้าวโพดที่ต้มมาจากบ้านแล้วออกเป็นท่อนๆ แล้วเสียบไม้ปิ้งไฟบนตะแกรงเดียวกัน

“ถ้าหิวจะทานข้าวโพดก่อนก็ได้นะครับ” บอกกับผู้จัดการหนุ่ม ก่อนจะหันไปตะโกนถามน้องเล็กที่ตอนนี้นั่งเอาขาตีน้ำเย็นๆ เล่นอยู่บนหินก้อนเดียวกันกับฮีนิม “กินข้าวโพดก่อนมั้ยมินฮวาน?”

“เจ๋งเลย!” เจ้าตัวเล็กรีบวิ่งกลับมาที่แคมป์ไฟโดยไม่ใส่รองเท้า หยิบข้าวโพดต้มไปฝักนึงแล้วเตรียมจะวิ่งกลับ

“เดี๋ยวมินฮวาน” แต่ผู้จัดการหนุ่มเรียกไว้ ก่อนจะส่งข้าวโพดปิ้งที่เพิ่งสุกพอดีให้อีกไม้ “ฝากให้ฮีนิมด้วย ให้เขากินรองท้องไว้ก่อน กินเนื้อย่างตอนท้องว่างๆ เดี๋ยวจะปวดท้อง”

“ได้เลยฮะ!” มินฮวานรับปากขมีขมันแล้วรีบวิ่งกลับไปที่โขดหิน

 

มองจากตรงที่จองชินนั่งอยู่ พอเจ้าตัวเล็กส่งข้าวโพดปิ้งให้ ฮีนิมก็ส่ายหน้า แต่พอมินฮวานพูดๆ อะไรไปซักพัก เขาก็รับมันไปด้วยท่าทางหงุดหงิด พูดอะไรออกมาสองคำที่จองชินอ่านปากได้ว่า “...งี่เง่า” แล้วก็กัดข้าวโพดนั้นไปหนึ่งคำ พี่เจย์ไม่ได้หันไปมองภาพนั้น เหมือนเจ้าตัวจะรู้อยู่แล้วว่ายังไงฮีนิมก็ต้องทำตามที่เขาบอก

 

จองชินมองคนทั้งสองแล้วแอบยิ้มคนเดียวเงียบๆ ...พี่เจย์กับฮีนิมนี่เหมาะสมกันอย่างที่เจ้าตัวเล็กว่าจริงๆ

 

 

 

บาร์บีคิวสุกแล้ว พอจองชินตะโกนบอก ทั้งฮีนิมและมินฮวานก็กลับมาที่แคมป์ พวกเขานั่งล้อมวงบนผ้าปู ทานบาร์บีคิวกับอาหารอย่างอื่นที่นางคิมเตรียมมาให้อย่างเอร็ดอร่อย อาจเป็นเพราะความหิวด้วยกระมัง ขนาดฮีนิมที่ดูเป็นคนทานยากยังเคี้ยวเอาเคี้ยวเอาแบบไม่พูดไม่จา

 

หลังจากของคาวแล้ว ของหวานก็คือแตงโมที่มินฮวานเอาไปแช่น้ำในลำธารไว้ จองชินจัดการหั่นมันเป็นชิ้นๆ แล้วส่งให้ทุกคน

“ว๊าววว!! เย็นชื่นใจจริงๆ ด้วยฮะ”

“เหมือนแช่ตู้เย็นเลยนะพี่”

“หวานมากด้วย ข้าวโพดเมื่อกี้ก็หวานนะ”

เจ้าบ้านยืดตัวขึ้นรับคำชมด้วยรอยยิ้มกว้าง แหงล่ะว่าผลไม้พวกนี้เป็นของขึ้นชื่อของบ้านเขา แต่เหนืออื่นใดคือจองชินรู้สึกดีที่ทำให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย ก่อนหน้านี้นอกจากเรื่องงานแล้ว พวกเขาไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวหรือทานอาหารด้วยกันแบบนี้ซักเท่าไหร่ ขนาดแค่เขากับน้องชายร่วมวงอีกสองคน อย่างมากก็แค่เคยไปกินข้าวด้วยกัน ยิ่งโอกาสที่จะได้เห็นฮีนิมกับผู้จัดการหนุ่มในลุคสบายๆ แบบนี้ยิ่งแทบไม่มี จองชินถึงได้รู้สึกว่าการกลับมาเยี่ยมบ้านครั้งนี้คุ้มมาก

 

แต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่ลืมจุดประสงค์หลักที่ทำให้เขาต้องกลับบ้าน

 

“เดี๋ยวผมต้องกลับไปที่บ้าน แล้วไปช่วยงานบ้านโน้นกับแม่ พวกพี่พักผ่อนกันตามสบายนะครับ เย็นๆ ค่อยกลับก็ได้ จองชินพี่ฝากดูแลพี่เจย์กับฮีนิมด้วย”

“ได้เลยพี่”

“ไม่ให้พวกเราไปช่วยด้วยหรือ? อุตส่าห์มาทั้งที”

“อย่าเลยครับพี่เจย์ เกรงใจ ยังไงเขาก็ยังเป็นคนอื่น พรุ่งนี้พวกพี่ค่อยไปเคารพศพก่อนกลับก็ได้”

เจย์พยักหน้าเมื่อเด็กหนุ่มว่าอย่างนั้น เขาไม่ค่อยเข้าใจสังคมชนบทซักเท่าไหร่ แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะดูท่าว่าฮีชอลจะชอบที่นี่ เมื่อกี้ก็เดินกลับไปนั่งเล่นน้ำตรงหินก้อนเดิมอีกแล้ว

 

 

“เย้! ไปเล่นน้ำดีกว่า!” มินฮวานที่เปลี่ยนมาสวมกางเกงขาสั้นเรียบร้อยแล้วก็รีบวิ่งลงน้ำ น้ำในลำธารตื้นก็จริง แต่มันจะมีแอ่งขนาดใหญ่ที่เป็นน้ำลึก ตอนที่มินฮวานไต่แนวหินลงไป น้ำก็ลึกจนเกือบถึงบ่าแล้ว

“อย่าออกไปไกลนักนะมินฮวาน น้ำตรงนั้นลึกมาก” จองโมตะโกนบอกน้องด้วยความเป็นห่วง ช่วงที่น้ำลึกมากอาจจะลึกจนท่วมหัวได้ เจ้าตัวเล็กพยักหน้าแล้วก็เลือกที่จะแช่ตัวเล่นอยู่แถวๆ แนวหินนั้น

 

“อ๊า~~ น้ำเย็นจังเลย... ฮีนิมลงมาเล่นด้วยกันสิฮะ”

คนถูกชวนส่ายหน้าเนือยๆ

“ไม่ล่ะ ฉันขี้เกียจตัวเปียก”

“แต่น้ำเย็นชื่นใจมากเลยนะฮะ สบ๊าย~ สบาย~”

ฮีชอลแค่พยักหน้า ทำนองว่า ‘เชิญนายคนเดียวเถอะ’ แล้วก็ลุกจากโขดหินเดินกลับไปที่แคมป์ไฟ หย่อนตัวลงนั่งบนผ้าปูที่ตอนนี้เหลือเจย์นั่งอยู่คนเดียว

“ไม่อยากเล่นน้ำเหรอ?”

“ไม่ล่ะ อยากนอนมากกว่า” นักร้องหนุ่มตอบคำถามผู้จัดการตัวเองแล้วก็ล้มตัวลงนอนเอามือหนุนแขนตัวเองไว้ ยังไม่ทันได้หลับตาก็เลยพอจะเห็น ตอนที่คนข้างๆ ยื่นของบางอย่างมาให้

“หนุนนี่ดีกว่า จะได้ไม่ปวดคอ” มันคือเสื้อแจ็คเก็ตที่เจย์เพิ่งถอดออกมา เขาพับมันให้เป็นขนาดพอดีแล้วยื่นให้ แต่ฮีชอลทำเพียงแค่มองแล้วผงกหัวขึ้น ท่าทางเอาแต่ใจแบบนั้นไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มนึกรำคาญ เขากลับสอดมือประคองแล้วรองแจ็คเก็ตให้ราวกับเป็นเรื่องปกติด้วยซ้ำ

 

 

เสียงโดดน้ำตูมใหญ่เรียกให้เจย์หันไปมอง เขาหัวเราะเมื่อเห็นร่างสูงโย่งของมือเบสแบ็คอัพดำผุดดำว่ายอยู่ในแอ่ง แล้วก็ได้ยินเสียงโวยวายของมินฮวานดังมาเรื่อยๆ

“พี่จะโดดลงมาทำไมเนี่ย! น้ำมันกระเด็นโดนผมเปียกหมดแล้ว!”

“เล่นน้ำก็ต้องเปียกสิ นายไม่อยากเปียกแล้วลงมาทำไม”

“แต่ผมไม่อยากให้หัวเปียกนี่ ขี้เกียจสระผมนะ!”

แต่ดูเหมือนจองชินจะไม่สนใจ ถึงแม้จองโมที่นั่งอยู่บนโขดหินจะคอยตะโกนห้ามว่าอย่าแกล้งน้อง แต่เด็กหนุ่มฮาร์ดคอร์ก็ยังสาดน้ำใส่น้องชายร่วมวงไม่ยั้ง

 

ใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนยิ้มหันมองคนที่นอนอยู่ข้างๆ อย่างไม่ตั้งใจ เหมือนว่าดวงหน้าขาวจะผินมาทางเขาเช่นกัน แต่เพราะแว่นกันแดดอันใหญ่ที่เจ้าตัวสวมอยู่ ทำให้เจย์ไม่แน่ใจว่าฮีชอลหลับหรือตื่น

“มองฉันอยู่รึเปล่า?”

“...เปล่า” อีกคนตอบหน้านิ่ง และมันก็ทำให้เจย์ยิ้มออกมา

“นี่เจย์...”

“หืม?”

“นายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆ เลยรึเ